Thursday, February 03, 2005

ท้องถิ่นเรียนรู้ : กรณีหุบเขาพฤกษศาสตร์ลำพญา

ท้องถิ่นเรียนรู้ : กรณีหุบเขาพฤกษศาสตร์ลำพญา
วิจารณ์ พานิช
3 ก.พ.48

ผมไปสัมมนาที่หาดใหญ่ – ยะลา – สิงคโปร์มาระหว่างวันที่ 29 – 31 ม.ค.48 เป็นการสัมมนาเพื่อกำหนดแนวคิดและแผนยุทธศาสตร์ของโครงการที่มี 2 ชื่อ ชื่อที่เป็นทางการคือ “ศูนย์วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา” ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ประมาณ 42 ตารางกิโลเมตรของหุบเขาในตำบลลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่ง ดร. รุ่ง แก้วแดง บอกว่าที่ถูกแล้วควรเขียนว่า “ลำพญา” เพราะเพี้ยนมาจากคำว่า “ล่ามพระยา”

บริเวณนี้คือถิ่นกำเนิดของ ดร. รุ่ง แก้วแดง นักการศึกษาคนสำคัญของประเทศไทย

อีกชื่อหนึ่งคือ “สวนพฤกษศาสตร์ลำพญา” ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่เป็นทางการ และมีความหมายต่างจากสวนพฤกษศาสตร์โดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เหมือนกับสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และไม่เหมือน Kew Garden ที่ลอนดอน กล่าวคือ ที่ลำพญาจะเป็น “หุบเขาพฤกษศาสตร์” คือจะเป็นพื้นที่สำหรับรวบรวมพันธุ์พืชในท้องถิ่นเพื่อการศึกษา การดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นและเพื่อการท่องเที่ยว โดยที่ในพื้นที่ดังกล่าวจะมีชุมชนอยู่ทำมาหากินอย่างเดิม แต่จะมีข้อตกลงของชุมชนบางประการเพื่อทำให้สามารถอนุรักษ์บริเวณป่าต้นน้ำไว้ได้

ดังนั้นจุดเด่นของ “สวนพฤกษศาสตร์ลำพญา” จึงอยู่ที่การมีคนอยู่ใน “สวนพฤกษศาสตร์” ด้วยเหตุนี้ผมจึงชอบคำว่า “หุบเขาพฤกษศาสตร์” มากกว่า

สรภ.ยะลา ภายใต้การสนับสนุนของ ดร. รุ่ง ได้เริ่มงานเตรียมประชาชนในพื้นที่มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว เพื่อให้โครงการนี้เป็นการสร้าง “หุบเขาพฤกษศาสตร์ของชุมชน” มีชุมชนร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมคิดร่วมทำ

โครงการนี้มีเสน่ห์ตรงนี้แหละ

โครงการหุบเขาพฤกษศาสตร์ลำพญา จะเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของชุมชนลำพญา เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับชุมชนใกล้เคียง และบางกิจกรรมจะกลายเป็นเครื่องมือสร้างจิตสำนึกร่วมและสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น 3 จังหวัดภาคใต้
นั่นคือ สคส. จะเข้าไปร่วมหนุนโครงการนี้โดยใช้แนวคิดและวิธีการด้านการจัดการความรู้ เสาะหา “วิธีเลิศ” หรือ “ผลเลิศ” (best practice) ในกิจการต่าง ๆ ของชุมชน นำมาจัดตลาดนัดความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนของ 3 จังหวัดภาคใต้ เชื่อมโยงกับ “วิธีเลิศ” ของภาคอื่น ๆ ของประเทศ

หากดำเนินการได้จริง โครงการ “หุบเขาพฤกษศาสตร์ลำพญา” ก็จะกลายเป็นเครื่องมือสร้าง “ท้องถิ่นเรียนรู้” ขึ้นในภาคใต้

0 Comments:

Post a Comment

<< Home