Monday, February 07, 2005

การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการความรู้

การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการความรู้
วิจารณ์ พานิช
7 ก.พ.48

ผมได้รับร่างเค้าโครงวิจัยเรื่อง “แผนที่ความรู้ของวัยรุ่นในประเทศไทย” (Knowledge Mapping of Thai Adolescence) จากคุณวิลาวัณย์ ฉิมประเสริฐ ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก สาขาสารสนเทศศึกษา มข. เพื่อ “ขอคำปรึกษา” โดยที่ไม่ได้บอกว่ามีข้อสงสัยอะไร ต้องการให้แนะนำหรือให้ข้อสังเกตส่วนไหนเป็นพิเศษ ก็จะขอตอบหรือให้คำแนะนำตามหัวข้อหรือประเด็นที่ผมคิดเอาเองว่ามีความสำคัญ

หมู่นี้ มีนักศึกษาปริญญาเอกส่งร่างเค้าโครงวิจัยมาให้ผมตั้งข้อสังเกตหลายราย รายไหนที่ผลงานด้อยคุณภาพเกินไป หรือแสดงความไม่จริงจังในการทำงาน ผมก็จะไม่ตอบ และต่อจากนี้ไปถ้าจะตอบ ผมจะตอบเป็นบันทึกใน Blog-for-Thai-KM นี้ จะไม่ตอบเป็นส่วนตัว เพราะเราหวังให้คนอื่น ๆ ในสังคมไทยได้รับประโยชน์ด้วย และหวังว่าจะช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ที่สนใจทำวิจัยเพื่อหนุนการจัดการความรู้ หรือสร้างความรู้ใหม่ขึ้นจากกระบวนการจัดการความรู้ในสังคมไทย

ชื่อหัวข้อวิจัย “แผนที่ความรู้ของวัยรุ่นในประเทศไทย” มีเสน่ห์มาก พอเห็นหัวข้อผมก็ตั้งคำถามขึ้นในใจทันทีว่า เป็นแผนที่แบบไหน ความรู้อะไร ทำไปทำไม จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร ใครจะเป็นผู้เอาแผนที่นี้ไปใช้ และจะใช้วิธีการอะไรในการพัฒนาหรือทำแผนที่นี้ ความรู้อะไรบ้างที่จะรวมไว้ในแผนที่ ความรู้อะไรบ้างที่จะไม่รวมไว้ มีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้มีความแม่นยำน่าเชื่อถือ แผนที่นี้จะใช้การได้นานเท่าไร เพราะ “ความรู้” มัน “ดิ้นได้” เกิดได้ ตายได้ คือเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คุณวิลาวัณย์จะได้เรียนรู้อะไรจากการทำวิยานิพนธ์ชิ้นนี้ ฯลฯ

“การสร้างแผนที่ความรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นจึงเป็นการรวบรวมประสบการณ์ของวัยรุ่น เพื่อให้ผู้ที่เป็นครูหรือผู้ปกครองได้เข้าใจปัญหาและพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น...” เข้าที่ครับ ตอบคำถามชัดว่า “ผู้ใช้” แผนที่นี้คือ ผู้ปกครองและครู

“แผนที่ความรู้ (Knowledge Mapping) คือ เข็มทิศที่ช่วยให้บุคคลสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ขององค์กร...แผนที่ความรู้มักจะแสดงถึงความรู้ที่องค์กรมีอยู่ รวมทั้งบุคลากรที่มีความรู้นั้น และการไหลของความรู้นั้นในองค์กร แผนที่ความรู้จะช่วยให้องค์กรทราบถึงความรู้ความสามารถของบุคลากร...”

เข้าที่ครับ mapping เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการจัดระบบของสิ่งที่มีอยู่กระจัดกระจาย

จากข้อเขียนของคุณวิลาวัณย์ แสดงว่าเรื่อง “แผนที่ความรู้” นั้น unit of analysis หรือ unit of synthesis คือ “องค์กร” ผู้ใช้แผนที่ความรู้คือองค์กรและพนักงาน-ผู้บริหารขององค์กร เพื่อประโยชน์ขององค์กร หรืออย่างน้อย ๆ ก็เป็น well-defined entity

ผมก็เกิดคำถามต่อไปว่า ถ้าอย่างนั้น แผนที่ความรู้ของวัยรุ่นก็น่าจะต้องกำหนดให้ชัดว่าเป็นวัยรุ่นกลุ่มไหน ผู้ปกครองและครูกลุ่มไหน สัมพันธ์กันอย่างไร คงจะไม่ใช่วัยรุ่นทั้งประเทศ ผู้ปกครองและครูทั้งประเทศ

“วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อสร้างแผนที่ความรู้ของวัยรุ่นในประเทศไทยในด้านเนื้อหาความรู้ที่เป็นประสบการณ์ของวัยรุ่น รวมทั้งการชี้แหล่งบุคคล และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่น”

“คำถามวิจัย
วัยรุ่นไทยมีความรู้หรือประสบการณ์อย่างไรที่สามารถนำมาเผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น”

คุณวิลาวัณย์ยังไม่ได้เขียนว่าวิธีการวิจัยจะทำอย่างไร ผมจึงบอกไม่ได้ว่า การเอาแนวคิดเรื่องการจัดการความรู้มาใช้จะเหมาะสมหรือไม่

สิ่งที่ดูจะไม่ค่อยเหมาะคือ โจทย์วิจัยกว้างเกินไป คำ “วัยรุ่นของประเทศไทย” คงจะใช้ไม่ได้ น่าจะเป็นว่า “วัยรุ่นในเขตเทศบาล...” หรือ “วัยรุ่นในตำบล...” จะเหมาะต่อการวิจัยมากกว่า

ถ้าจะใช้หลักของการจัดการความรู้ คงต้องทำในวัยรุ่นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและต้องเอาครูและผู้ปกครองของวัยรุ่นกลุ่มนี้มาเข้ากระบวนการด้วย มิฉะนั้นก็จะเป็นเพียง Supply-side Knowledge Management ไม่ใช่เป็นการจัดการความรู้โดย “คุณกิจ” ซึ่งในกรณีนี้ “คุณกิจ” คือผู้ปกครองและครู โดยที่งานของ “คุณกิจ” คือการเลี้ยงดู อบรม ส่งเสริมลูกและศิษย์ที่เป็นวัยรุ่น

เขียน blog นี้แล้ว ผมรู้สึกเหมือนทำการบ้านส่งครู จะได้คะแนนเท่าไรก็ไม่รู้ คือหมายความว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าที่ผมให้ข้อสังเกตมานี้จะถูกหรือผิด

2 Comments:

At 9:55 AM, Anonymous Anonymous said...

สวัสดีคะ

อ่าน comment ที่ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์เขียนแล้ว ก็เข้าใจได้โดยทันทีว่า ความรู้และประสบการณ์ด้าน research design ที่ท่านมีอยู่นี้มีคุณค่าอย่างยิ่งและมากมายจนไม่สามารถเขียนออกมาได้หมด คงต้องอาศัยหลายๆท่านร่วมช่วยกันแสดงความรู้และประสบการณ์ออกมา

ดิฉันจึงขอมีส่วนร่วมในการ critique งาน proposal ชิ้นนี้ ในบางประการดังนี้คือ ในประเด็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการวิจัย

“วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อสร้างแผนที่ความรู้ของวัยรุ่นในประเทศไทยในด้านเนื้อหาความรู้ที่เป็นประสบการณ์ของวัยรุ่น รวมทั้งการชี้แหล่งบุคคล และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่น”

ความรู้ที่เป็น Tacit นั้น โดยลักษณะแล้วจะเป็นความรู้ที่มีรูปแบบที่สับสนไม่ชัดเจน คนเราแต่ละคนมีความรู้หลากหลาย อาจจะรู้นิดหน่อยหรือเยอะก็แล้วแต่ ดังนั้นหากจะให้งานวิจัยชิ้นนี้สำเร็จได้ นอกจาก comment จากอาจารย์หมอวิจารณ์แล้ว นศ.จะต้องวาง Scope ให้ชัดเจนว่า เป็นความรู้เกี่ยวกับอะไร ตัวผู้วิจัยก็ควรจะต้องวางภาพ (Research framework) จากการที่อ่าน Literature ต่างๆว่าความรู้นั้นๆ น่าจะประกอบด้วยความรู้อะไรบ้าง แล้วในที่สุด ภาพของ Specific Knowledge Map ก็จะเกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณความรู้อย่างเดียว คงเป็นคำตอบที่ไม่เพียงพอ คุณภาพของความรู้ต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า เช่น ความถูกต้อง ความชัดเจน ความสำคัญ และอื่นๆ

ดร.จันทวรรณ

 
At 6:19 PM, Blogger วัลลา ตันตโยทัย said...

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า Blog-for-Thai-KM ของอาจารย์วิจารณ์เป็นช่องทางของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่น่าสนใจมาก ควรช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้มากๆ

สำหรับงานวิจัยเรื่องนี้ ดิฉันเห็นด้วยกับความเห็นของอาจารย์วิจารณ์และ ดร.จันทวรรณ เพราะถ้าไม่กำหนดให้ชัดเจนว่าความรู้ของวัยรุ่นในเรื่องใดที่ผู้วิจัยสนใจก็คงศึกษาได้ลำบาก นอกจากนี้ความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งคงมีบริบทที่เฉพาะมาเกี่ยวข้องด้วย จึงควรกำหนดกลุ่มของวัยรุ่นที่ผู้วิจัยสนใจให้ชัดเจน คำว่าวัยรุ่นในประเทศไทยกว้างมากเกินไป บางครั้งผลการวิจัยจากวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก็อาจไม่สามารถ generalize ได้

 

Post a Comment

<< Home