Monday, February 14, 2005

การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการความรู้

การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการความรู้
นักศึกษาปริญญาเอกกับการขอคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิ
วิจารณ์ พานิช
14 ก.พ.48

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.48 ผมได้รับอีเมล์จากนักศึกษาระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แจ้งว่าตนเองสนใจทำวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้ของสถานศึกษาในโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” โดยจะศึกษาในแง่ของการตรวจสอบความรู้และกระบวนการจัดการความรู้ของสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. และแจ้งว่าขอรบกวนหารือผมเกี่ยวกับงานวิจัยดังกล่าว มีคำปรึกษาเพียงเท่านั้นเอง

ผมคิดว่านี่เป็นคำปรึกษาที่ไม่สมฐานะของนักศึกษาปริญญาเอก เพราะนักศึกษาปริญญาเอกไม่ควรถามคำถามต่อผู้ทรงคุณวุฒิหรือต่ออาจารย์ในลักษณะถามเพื่อขอความรู้ นักศึกษาปริญญาเอกควรถามผู้อื่นในลักษณะที่ตนเองก็มีความรู้อยู่บางส่วน กล่าวคือได้ไปทบทวนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมามากพอสมควร แล้วจึงนำมาสอบถามกับผู้ทรงคุณวุฒิว่าความรู้ ความเข้าใจของตนถูกต้องหรือไม่ ครบถ้วนหรือไม่ ยังมีช่องโหว่ตรงไหน และมีการจัดระบบความเข้าใจอย่างเหมาะสมหรือไม่ กล่าวคือนักศึกษาต้องเสนอความคิดเห็นของตนให้เห็นว่าตนมีความรู้อะไรอยู่ เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้คำแนะนำ ไม่ใช่นักศึกษาไปหาผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อไปรับฟังคำบรรยาย ถ่ายทอดความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ แต่นักศึกษาต้องมีความรู้ส่วนหนึ่งสำหรับไปถกเถียงกับผู้ทรงคุณวุฒิ

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.48 ในการประชุมโต๊ะกลมระดมความคิดเกี่ยวกับโจทย์วิจัยด้านการจัดการความรู้ที่ สกว. ได้มีคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แจ้งต่อผมว่าจะขอเชิญไปบรรยายเรื่องการจัดการความรู้ให้แก่นักศึกษาปริญญาเอกของตน ผมได้เรียนให้ทราบว่าผมจะไม่มีวันไปบรรยายให้แก่นักศึกษาปริญญาเอกใด ๆ ฟังไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เพราะว่าผมมีความเชื่อว่านักศึกษาปริญญาเอกต้องมีวิธีการเรียนในรูปแบบที่ตนเองค้นคว้าหาความรู้หรือค้นคว้าหาความรู้ร่วมกันในกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอก ถ้าจะใช้ประโยชน์ผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องใช้ในลักษณะที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมต่อความรู้ความเข้าใจของตนหรือของกลุ่มนักศึกษา ดังนั้นผมจึงได้เรียนคณบดีท่านนั้นไปว่าผมยินดีไปร่วมการสัมมนาเรื่องการจัดการความรู้ โดยผู้ที่นำเสนอในการสัมมนาต้องเป็นนักศึกษาไม่ใช่ผมเป็นผู้นำเสนอ แต่ผมจะยินดีเป็นผู้ให้ข้อสังเกตหรือให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักศึกษาเหล่านั้น

นี่คือประเด็นด้านการศึกษาระดับปริญญาเอกในประเทศไทยที่น่าจะได้มีการทำความเข้าใจ และยึดถือปฏิบัติให้ชัดเจน กล่าวคือการศึกษาระดับปริญญาเอกต้องเป็นการศึกษาในลักษณะของ Active Learning เป็นการศึกษาที่เน้นการค้นคว้าโดยตัวนักศึกษาเอง ไม่ใช่การศึกษาที่เน้นการสอน โดยอาจารย์

วิจารณ์ พานิช
11 ก.พ.48

4 Comments:

At 11:00 AM, Anonymous Anonymous said...

“…นักศึกษาปริญญาเอกต้องมีวิธีการเรียนในรูปแบบที่ตนเองค้นคว้าหาความรู้หรือค้นคว้าหาความรู้ร่วมกันในกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอก…”

ขอบคุณมากคะอาจารย์สำหรับคำแนะนำที่ถูกใจมากๆ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือการเป็น Active Learner นั่นเอง แหล่งที่นศ.ป.เอกหรือท่านอื่นที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการจัดการความรู้นั้นมีอยู่มากมายบน Internet (Knowledge is just out there!) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Blogs ด้าน KM มีประโยชน์มากสำหรับศึกษาหาความรู้ เพราะมันเหมือนการที่ผู้เขียนเค้าเล่าเรื่องราวประสบการณ์ให้ฟัง (Storytelling) ให้ลองเข้าที่ url นี้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ http://www.voght.com/cgi-bin/pywiki?KmBloggerขอบคุณคะ
ดร.จันทวรรณ น้อยวัน

 
At 7:52 AM, Anonymous Anonymous said...

ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะที่พูดตรงดีค่ะ หนูคิดว่าสิ่งที่อาจารย์กำลังทำอยู่ (บางครั้งได้ยินว่า "ปณิธาน")คาดว่าจะส่งผลต่อกระบวนการคิดตรึกตรองของผู้เรียนอีกหลายคนนะคะ หนูเชื่อว่าโดยพื้นฐานของผู้เรียนไม่ว่าจะโดยระดับใด หากมีการกระตุ้นหรือจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาวิธีคิดก็จะทำให้เกิดการพัฒนาได้เสมอ บางคนต้องกระตุ้นหลายครั้ง แต่บางคนไม่ต้อง ขอสนับสนุนแนวทางที่อาจารย์กำลังดำเนินอยู่นะคะโดยคาดว่าจะสามารถปรับวิธีคิดและพฤติกรรมของผู้เรียนได้ไม่มากก็น้อย
จิรัชฌา ค่ะ

 
At 7:53 AM, Anonymous Anonymous said...

ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะที่พูดตรงดีค่ะ หนูคิดว่าสิ่งที่อาจารย์กำลังทำอยู่ (บางครั้งได้ยินว่า "ปณิธาน")คาดว่าจะส่งผลต่อกระบวนการคิดตรึกตรองของผู้เรียนอีกหลายคนนะคะ หนูเชื่อว่าโดยพื้นฐานของผู้เรียนไม่ว่าจะโดยระดับใด หากมีการกระตุ้นหรือจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาวิธีคิดก็จะทำให้เกิดการพัฒนาได้เสมอ บางคนต้องกระตุ้นหลายครั้ง แต่บางคนไม่ต้อง ขอสนับสนุนแนวทางที่อาจารย์กำลังดำเนินอยู่นะคะโดยคาดว่าจะสามารถปรับวิธีคิดและพฤติกรรมของผู้เรียนได้ไม่มากก็น้อย
จิรัชฌา ค่ะ

 
At 5:49 PM, Anonymous Anonymous said...

เป็นผู้หนึ่งที่สนใจ และใฝ่รู้เรื่อง KM จากหลายๆแหล่ง หลายๆสื่อ... ต้องขอบพระคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ให้ความรู้และแนะแหล่งความรู้จากทฤษฎีที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมและสู่การปฏิบัติ ทั้งๆที่เป็นกระบวนการหนึ่งของวิถีชีวิตของเราเอง ...การให้ปัญญาแก่ผู้อื่น นับได้ว่าเป็นการทำบุญที่สูงสุดอย่างหนึ่ง... ขอบพระคุณอย่างจริงใจ
คนไทยคนหนึ่งค่ะ

 

Post a Comment

<< Home