Wednesday, March 02, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 1

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
ตอนที่ 1

2 มี.ค.48

นำคณะโดย ผศ. นพ. โรจน์รุ่ง สุวรรณสุทธิ์ และ พญ. ศรีธรรม ธนะภูมิ, คุณสุปรียา บุณยเกตุ เป็นวิทยากรผู้ช่วย
จัดโดย หจก. ทู บาย โฟร์ แทรเวล คุณสุปรียา (อ้อ) บุณยเกตุ, คุณทิพย์วรรณ ทัดเทียมเพชร และ คุณพิมพ์ใจ โทร ๐ ๒๙๓๔-๐๘๓๓, ๐ ๒๕๓๙-๘๗๗๙ โทรสาร ๐ ๒๕๓๙-๘๗๗๙

สังเวชนียสถานสำคัญ ๔ แห่ง คือสถานที่ ประสูติ (ลุมพินี เวลานี้อยู่ในประเทศเนปาลใกล้พรมแดนอินเดีย), ตรัสรู้ (โพธิคยา), ปฐมเทศนา (ป่ากวาง – อิสิปตนมคฤยทายวัน สารนาถ ใกล้พาราณสี), และปรินิพพาน (กุสินารา) คณะทัวร์ไปชมตามลำดับดังนี้ สถานที่ตั้งมั่นพระพุทธศาสนา (ราชคฤห์ ราชธานีของแคว้นมคธ) สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนา สถานที่ปรินิพพาน และสถานที่ประสูติ เป็นจุดสุดท้าย แถมท้ายด้วยทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สถานที่สำคัญอีก ๒ แห่งคือที่สถาปนาหรือเริ่มตั้งมั่น พุทธศาสนา (ราชคฤห์) และสถานที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่นานมากถึง ๒๕ ปี คือ กรุงสาวัตถีแคว้นโกศล
สังเว = กำลังใจ สังเวชนียสถาน = สถานที่อันก่อให้เกิดกำลังใจ

หมายเหตุ บันทึกนี้หลายส่วนไม่ใช่สิ่งที่เป็นความจริงแท้ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการตีความของผู้บันทึก สหายธรรมที่ร่วมจาริกปฏิบัติธรรมไปด้วยกัน อาจเข้าใจไปคนละแบบ หรือเข้าใจอย่างตรงกันข้ามกับในบันทึกนี้ ก็ได้ และบางส่วนของบันทึกนี้อาจมีข้อเท็จจริงที่ผิดพลาดอยู่บ้าง

๑๖ กพ. ๔๘
TG 315 กรุงเทพ – เดลฮี คณะทัวร์มีทั้งหมด ๘๘ คน ได้รับแจกเอกสารคนละชุด และป้ายผูกกระเป๋าคนละ ๔ แผ่น บริษัททัวร์ได้ขอบัตรขึ้นเครื่องและซื้อตั๋วภาษีสนามบินพร้อมเขียนรายละเอียดในเอกสารผ่านด่านตรวจคนเข้า – ออก เมืองไว้แล้ว ให้เราเซ็นชื่อและระบุรายละเอียดจำนวนกระเป๋า แล้วเอากระเป๋าไปส่งขึ้นเครื่องเท่านั้น เราเป็นคู่แรกที่ผ่านกระบวนการนี้ และไปผ่านกระบวนการตรวจผู้โดยสารออกนอกประเทศ แล้วไปพักที่ Royal Orchid Louge กินอาหารว่าง ผลไม้ และเครื่องดื่ม ตั้งแต่ ๑๗ น. เป็นเวลา ๒ ชม. พบ ศ. นพ. ศรชัย หลูอารีย์สุวรรณ กับ ศ. นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ พอไปที่ห้องรอขึ้นเครื่อง คณบดี ปิยะสกล สกลสัตยาทร เอา Siriraj Cleaning Gel ให้คนละหลอด หมออมราเอารูปที่ถ่ายในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล (๒๗ มค. ๔๘) ให้หมอปิยะสกล และหมอหมู (สมสิริ) ตอนเดินขึ้นเครื่องคุณแหวนดี อุทโท เข้ามาทัก และได้ช่วยจัดการแลกที่นั่งให้หมออมรามานั่งคู่กับเรา

หนังสือและเอกสารที่ได้รับแจก ประกอบด้วย
๑. หนังสือ “ไปกราบนมัสการสังเวชนียสถาน ณ ประเทศอินเดีย เนปาล” แต่งโดย ธัมมา อารีราษฎร์ จัดพิมพ์ ๑ กย. ๔๖ ธัมมา อารีราษฎร์ คือเจ้าของบริษัททัวร์ ธัมมาพาเที่ยว ที่ อ. หมอประเวศมาเมื่อ ๒ ปีก่อน คุณธัมมาถึงแก่กรรมไป ๒ ปีแล้ว
๒. หนังสือสวดมนต์ วัดญาณเวศกวัน สถานพำนักสงฆ์สายใจธรรม
๓. เอกสารเล่มเล็ก ๕ เล่ม : พระพุทธประวัติ, ตรัสรู้, เผยแพร่ธรรม ปฐมเทศนา, โปรดพระพุทธบิดา ฯลฯ, ปรินิพพาน
๔. กำหนดการเดินทาง พร้อมแผนที่

“แบบฝึกหัด” บทแรก ได้รับตอนเข้าแถวตรวจลงตราคนเข้าเมืองที่ Indira Gandhi International Airport ที่โกลาหล คนแน่น และมีคนโกงลัดคิวเข้ามาทางซ้าย ไม่ต่อปลายคิว อากาศร้อน ใช้เวลาเกือบ ๒ ชม. จึงผ่านออกมาได้ ระหว่างนั้นถือเป็นการบำเพ็ญทุกรกิริยา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำงานช้าๆ ตามวัฒนธรรมไม่เร่งรีบของอินเดีย อ. หมอโรจน์รุ่ง สุวรรณสุทธิ บอกว่าเครื่องบิน แอร์บัส A 330 ที่เรามาลำใหญ่มาก ผู้โดยสารอาจถึง ๖๐๐ คน ทำให้คนแน่นผิดปกติ

แล้วก็ต้องมารอกันที่บริเวณที่รับกระเป๋า รอรวมพลขึ้นรถ รอทางโรงแรมจัดห้องให้ (ไม่นานนัก ประมาณ ๑๕ นาที) กว่าจะได้นอนเกือบตีสาม
โรงแรม เดอะแกรนด์ แกรนด์สมชื่อ และใหญ่มาก คงจะเป็นระดับ ๕ ดาว ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี
ที่ดีอีกอย่างคือ ผู้ช่วยหัวหน้าทัวร์ คุณดนุช บุณยประภัสสร (ม่อน – โดเรม่อน) ผู้มีอัธยาศัย มีความรู้ภาษาฮินดี ความรู้ด้านวัฒนธรรม มีอารมณ์ขัน มีจิตบริการ และชอบดูนก

ตอนเอากระเป๋าเช็คอิน ที่ดอนเมือง เจ้าหน้าที่ทัวร์ คนตัวโตๆ สวมแจ็คเก็ตกระเป๋าเดินทางไม่มีแขน (มาทราบทีหลังว่าชื่อคุณตัน – พรภัทร์ บุณยเกตุ สามีของคุณอ้อ หัวหน้าทัวร์) แนะนำให้เราเอากระเป๋าแฮนด์แบกเช็คอิน เข้าไปด้วย ทางทัวร์เขาช่วยดูแลให้อยู่แล้ว มาเห็นผลตอนยืนรอคิวตรวจคนเข้าเมือง ว่ามาทัวร์แบบนี้ (โดยเฉพาะที่อินเดีย “อะไรก็เกิดได้” ตามคำของลูกทัวร์คนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์) ตัวเบา ของน้อย ไว้ดีกว่า

เขาจัดให้เราอยู่รถคันที่ ๑ หมายเลขประจำตัว ๑๕ บัตรเขียนว่า 15 B1 หมายความว่าคนที่ ๑๕ รถบัสคันที่ ๑ หมออมราได้หมายเลข ๑๖ หมอศรชัย ปิยะสกล ประกิต อยู่รถคันแรกทั้งสิ้น รวมลูกทัวร์ในรถคันที่ ๑ จำนวน ๒๘ คน คณะเดินทางจะมีรถบัส ๓ คัน ใครอยู่คันไหนต้องอยู่คันนั้นตลอด เพราะผู้จัดต้องคอยนับว่าคนขึ้นรถครบทุกครั้งที่มีการลงรถไปทำธุระ และกลับขึ้นรถ เพื่อป้องกันการเอาลูกทัวร์ไปทิ้ง

ตอนรอคิวตรวจคนเข้าเมือง คุยกับหมอศรชัย เรื่องการสมัครมาทัวร์ หมอศรชัยสมัครตอนเดือนตุลาคม ได้รับตอบว่าเต็ม หรืออาจได้ ยังไม่แน่ ของเราหมอปิยะสกลโทรศัพท์แจ้งจากรถตอนไปทัวร์สมเด็จพระเทพฯ ที่เชียงใหม่ ปลายเดือนพฤศจิกายน พยายามขอร้องให้บริษัททัวร์เพิ่มที่นั่ง โชคดีมีคนถอนตัว เราจึงได้เข้าแทน

ตามปกติ เขาใช้สูตร ๖ – ๗ – ๘ คือปลุก ๖ โมงเช้า กินอาหาร ๗ โมง และออกเดินทาง ๘ โมง แต่เมื่อคืนสำบุกสำบันกันมาก จึงเปลี่ยนมาใช้สูตร ๖.๓๐ – ๗.๓๐ – ๘.๓๐

1 Comments:

At 1:34 PM, Anonymous Anonymous said...

จะคอยติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์ คิดว่าคงจะได้เรียนรู้เพิ่มเติม

 

Post a Comment

<< Home