Friday, March 18, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 13

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
18 มี.ค.48 ตอนที่ 13

๒๖ กพ. ๔๘ เดลฮี – อัคระ – เดลฮี
วันนี้ใช้สูตร ๔.๓๐ – ๕.๑๕ – ๖.๐๐ เตรียมเดินทาง ๒๑๐ กม. ไปอักรา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา ๔.๕ - ๕ ชม โดยผ่านรัฐ Haryana (หนึ่งใน ๒๙ รัฐของอินเดีย เมืองหลวงชื่อจันดิการ์ เป็นรัฐร่ำรวยที่สุดถัดจากรัฐปันจาบ) เข้าสู่เมืองอักรา ซึ่งอยู่ในรัฐอุตรประเทศ ก่อนอาหารเช้าเราไปตามหากระเป๋าใหญ่ทั้ง ๒ ใบที่ไม่ตามมาที่ห้อง ปรากฏว่าเขาเอาไปเก็บไว้ในกลุ่มที่ไม่ต้องการเอาขึ้นห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วตรงกับที่เราอยากได้ แต่ไม่ได้แจ้งไว้ เช้าวันนี้หมดแรงกันทั้งลูกทัวร์และฝ่ายบริการ แต่หลังอาหารเช้าเรายังพอมีแรงไปถ่ายรูปสวยๆ ในโรงแรม แกรนด์ไว้ดูเล่น

เมืองจันดิการ์เป็นเมืองหลวงของ ๒ รัฐ คือปันจาบกับอาริยานา เป็นเมืองที่ออกแบบสร้างเมืองโดยคนอินเดียเอง ต่างกับนิวเดลฮีซึ่งออกแบบโดยอังกฤษ
คุรุเกษตรในมหาภารตะยุทธอยู่ในรัฐอาริยานานี่เอง มหาภารตะยุทธเป็นเรื่องยาวและซับซ้อนของการรบระหว่างพี่น้อง ๒ กลุ่ม คือเการพ กับ ปาณฑพ มีเรื่องราวถ้อยคำที่เป็นคติสอนใจ หรือเกี่ยวกับวิธีคิดเชิงศีลธรรมมากมาย กล่าวคือเป็นการรบระหว่างฝ่ายธรรมะ กับ ฝ่ายอธรรม
อินเดียเดิมถูกแยกออกไปเป็นปากีสถานเนื่องจากการแบ่งแยกระหว่างศาสนาฮินดูกับมุสลิม แต่เวลานี้อินเดียเป็นประเทศที่มีคนมุสลิมมากเป็นที่ ๒ ของโลก รองจากอินโดนีเซีย คุณอนันต์ ไกด์อินเดียย้ำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าในอินเดียไม่มีการแบ่งแยกศาสนิก

พอรถออกก็ทำตามสูตร คือสวดมนต์ไหว้พระ แล้วทำอานาปานสติสมาธิ แต่ที่พิเศษคือให้อยู่ในสมาธิแล้วหลับไปเลย ให้ได้พักผ่อน เพราะเหน็ดเหนื่อย ง่วงเหงาหาวนอนกันทุกคน ทิวทัศน์ที่เห็นเขียวชอุ่มกว่าในรัฐพิหาร

จากอาริยานาไปอักราถนนสี่เลน ผิวถนนเรียบ เป็นถนนที่ดีที่สุดที่เราประสบในอินเดีย ก่อนถึงอักราผ่านเมืองมธุรา เมืองของพระศิวะ เป็นเมืองที่มีโบสถ์ฮินดูกว่าพันแห่ง อยู่ห่างอักรา ๔๕ กม.

ประวัติการเข้าครองอินเดียโดยมุสลิม
เล่าโดยไกด์อนันต์

ปี คศ. ๑๑๙๒ มุสลิมเชื้อสายเตอรกีจากอัฟกานิสถานรุกรานเดลฮี Mahmud of Ghazni เป็นผู้รบชนะดินแดนอุตรประเทศ แต่ไม่ได้เข้ามายึดครองเอง ได้แต่งตั้งผู้อื่นปกครอง และได้สร้าง Minareth ชื่อ Gutub Minar เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ในปี ๑๑๙๙ เราได้เห็นกูตุบมินาร์จากรถบัส ตอนค่ำขณะเดินทางจากอักราไปสนามบิน

ปี คศ. ๑๕๒๖ Barbur กษัตริย์ต้นวงศ์โมกุล ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจงกีสข่านแห่งมหาอาณาจักรมองโกล รุกรานอินเดีย ชนะราชวงศ์มุสลิม มีอักราเป็นเมืองหลวง Humayun กษัตริย์องค์ที่ ๒ ย้ายเมืองหลวงมาเดลฮี กษัตริย์องค์ที่ ๓ คือ Akbar the Great แต่งงานกับหญิง ๓ คนใน ๓ ศาสนา คือ ฮินดู มุสลิม และคริสต์ จากเมืองกัว ยอมรับนับถือส่วนดีของทุกศาสนา Shah Jahan กษัตริย์องค์ที่ ๕ ย้ายเมืองหลวงกลับมาที่อักรา และแสดงความรักที่สุดซึ้งที่สุดที่ชายสามารถมีต่อภรรยาได้ โดยการสร้างสุสานหินอ่อนสีขาวให้แก่มุมตัสอย่างวิจิตรมโหฬาร และวางแผนจะสร้างสุสานหินอ่อนสีดำให้ตนเอง Aurangzeb ลูกชาย ผู้เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๖ ลูกของมุมตัซ และเป็นผู้ปฏิวัติยึดอำนาจจากพ่อ ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ Aurangabad เพราะอยู่ที่อักราไม่ได้ คนไม่ยอมรับ เป็นผู้เลื่อมใสศาสนาอิสลามมาก และทำลายศาสนาอื่น รวมทั้งศาสนาพุทธ นาลันทาถูกทำลายโดยกองทัพของ ออรังเซ็บ

ชมทัชมาฮาล จากพุทธศาสนา หันมาชมมุสลิมสถาน เป็น ๑ ใน ๗ สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ของโลก จริงๆ แล้ว เป็นที่ฝังศพของมุมตัส มเหสีอันเป็นที่รักยิ่งของชาห์จาฮาน ทัชมาฮาลมีชื่อเสียงเพราะ (๑) ความงามของสถาปัตยกรรม (๒) ตำนานของความรักที่ชาห์จาฮานมีต่อมเหสีมุมตัส ซึ่งเป็นลูกสาวของแม่ทัพ เป็นมเหสีองค์ที่ ๓ ด้วยความสามารถ มเหสีองค์อื่นๆ จึงยกย่องให้เป็นเสมือนมเหสีเอก และเป็นที่รักของทุกฝ่าย โดยเฉพาะทหาร ตายเพราะแท้งลูกท้องที่ ๑๔ ในสนามรบ

ถึงอักราเวลา ๑๑.๓๐ น. เราไปกินอาหารเที่ยงที่โรงแรมเชอราตัน (๕ ดาว) ก่อน แล้วจึงไปทัชมาฮาล รถจอดข้างนอก คนลงรถบัสนั่งรถไฟฟ้าไป ๑ กม. ถึงหน้าทางเข้า รถไฟฟ้านั่งได้คันละประมาณ ๒๐ คน ที่นี่มีรถทุกชนิด รวมทั้งรถเทียมอูฐ เทียมม้า และรถสามล้อถีบ เขาเข้มงวดไม่ให้เอาปากกา ดินสอ ของมีคม ถ่านไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ เข้าไป แต่กล้องถ่ายรูปอนุญาต กล้องวิดิโอต้องซื้อใบอนุญาต คนที่เข้าไป เน้นถ่ายรูปเป็นหลัก ไม่มีการอธิบายรายละเอียดของศิลปะ สถาปัตยกรรม ฯลฯ มีคนมาก และแดดจัด ถ่ายรูปให้สวยได้ยาก นอกจากนั้นสระน้ำหน้าอาคารก็แห้ง ทำให้ไม่มีเงาในน้ำ และเราคิดว่าพอมีคนเข้าไปอยู่ในรูปจำนวนมาก ความงามของทัชมาฮาลก็หายไป อย่างไรก็ตาม เราถ่ายรูปสวยๆ ได้บ้าง


ทัชมาฮาล จากมุมมองที่ต่างจากมุมด้านหน้าตรง


ห่างจากทัชมาฮาล ๒ กม. มีป้อมแดง (Red Fort) ซึ่งเป็นวังหลวงสมัยที่อักราเป็นเมืองหลวง และชาห์จาฮานถูกขังไว้ที่นี่ ในห้องที่มองเห็นทัชมาฮาลได้ เราแค่นั่งรถผ่าน ไม่ได้แวะชม เพราะไม่มีเวลา เวลามาจากเดลฮี ถึงป้อมแดงก่อนถึงทัชมาฮาล

ออกจากอักรา ประมาณ ๑๕ น. ลูกทัวร์พร้อมใจกันบอกว่าให้ตรงไปสนามบินเลย กินข้าวกล่องง่ายๆ ก็พอ เพราะการมีเวลาชมทัชมาฮาลนานหน่อย สำคัญกว่า
ขึ้นเครื่องบิน TG 316 กลับบ้าน ได้ที่นั่งด้านหลัง ตามธรรมเนียมที่การบินไทยจัดให้กรุปทัวร์ การเช็คอิน และตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องคิวยาวและช้า เครื่องบินเป็นโบอิ้ง ๗๗๗

๒๗ กพ. ๔๘ กลับถึงกรุงเทพ
เป็นอันจบการเรียนรู้ธรรมะจากการประสบการณ์ตรง เป็นบทเรียนเบื้องต้น พร้อมกัลยาณมิตร ๘๗ คน ต่อไปก็จะเป็นการเรียนรู้โดยการปฏิบัติต่อเนื่องด้วยตนเอง

0 Comments:

Post a Comment

<< Home