Friday, March 04, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 3

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
4 มี.ค.48 ตอนที่ 3

๑๘ กพ. ๔๘ ราชคฤห์ (เขาคิชกูฏ คุกขังพระเจ้าพิมพิสาร วัดเวฬุวนาราม มหาวิทยาลัยนาลันทา)

ราชคฤห์ เป็นเมืองหลวงของแค้วนมคธ ในสมัยพุทธกาลมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นกษัตริย์ และต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรู โอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ปฏิวัติจับพ่อไปขังไว้ และยกตนเองเป็นกษัตริย์ ในพรรษาแรกของพระศาสดาได้เสด็จพร้อมพระอริยสาวก ๑,๐๐๐ องค์ รวมทั้งพระอุรุเวลกัสสป ไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อตั้งมั่นพระศาสนาให้มั่นคง และเพื่อแสดงธรรมแก่พระเจ้าพิมพิสารตามที่ได้รับปากไว้ตั้งแต่ทรงบรรพชาใหม่ๆ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ว่าถ้าตรัสรู้เมื่อไร จะเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารก่อนคนอื่นๆ เมื่อไปถึง ได้ประทับ ณ สวนตาลหนุ่ม (ลัฏฐิวัน) ใกล้นครราชคฤห์
พระอุรุเวลกัสสป เดิมเป็นนักบวชในลัทธิที่เรียกว่า ชฎิล ซึ่งนับถือบูชาไฟ เป็นพี่ใหญ่ของ “ชฎิล ๓ พี่น้อง” ซึ่งรวมกันมีสาวกถึง ๑,๐๐๐ คน ก่อนหน้านี้พระพุทธองค์ได้ “ปราบชฎิล” ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา จนชฎิลสามพี่น้องขออุปสมบทในสำนักของพระพุทธองค์
เมื่อไปถึงสวนตาลหนุ่ม พระเจ้าพิมพิสารก็นำพราหมณ์ และคหบดี ๑๒ หมื่นไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พราหมณ์ และคหบดี จำนวนหนึ่งแสดงท่าทีไม่แน่ใจว่า พระสมณโคดม กับ ท่านอุรุเวลกัสสป ใครเป็นศิษย์ ใครเป็นอาจารย์กันแน่ สมเด็จพระศาสดากับท่านอุรุเวลกัสสปจึงต้องสนทนากัน เพื่อสร้างความเลื่อมใสของราชบริพารของพระเจ้าพิมพิสาร จนคนทั้งหมดตั้งอยู่ในความสงบ ตั้งใจฟังธรรม หลังจากนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงแสดงธรรม คือ อริยสัจ ๔ จนพระเจ้าพิมพิสาร และบริวาร ๑๑ หมื่นบรรลุโสดาบัน (คือละกิเลสขั้นต่ำสุดได้) และอีก ๑ หมื่นตั้งมั่นในพระรัตนตรัย เป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนา พระเจ้าพิมพิสารทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวกให้ไปฉันอาหารในพระราชวังในวันรุ่งขึ้น หลังฉันอาหารแล้ว พระเจ้าพิมพิสารทูลว่าสวนตาลหนุ่มอยู่ไกลเมืองและทุรกันดารมาก ขอทูลถวายสวนไผ่ (เวฬุวัน) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงราชคฤห์ ให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า และพระสาวก พระพุทธเจ้าทรงรับ เวฬุวนาราม (วัดสวนไผ่) จึงเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา และเป็นสถานที่บวชสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป เช่น พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ
ที่เวฬุวนารามนี่เองที่ได้เกิดวาระมหัศจรรย์ หลังทรงตรัสรู้ ๙ เดือน ที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” คือการประชุมอันมี องค์ ๔ (สันนิบาตแปลว่าการประชุม) ได้แก่
๑. พระสาวก ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันในวันเพ็ญ เดือน ๓
๒. พระสาวกเหล่านั้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย
๓. พระภิกษุที่มาทั้งหมด ล้วนเป็นพระอรหันต์
๔. พระภิกษุทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุ คือเป็นพระที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้บวชให้
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดง โอวาทปาฏิโมกข์ คือหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา ได้แก่ ๑. ละความ ชั่ว ๒. ทำความดี ๓. ทำจิตให้บริสุทธิ์ วันเพ็ญเดือน ๓ จึงเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่เราเรียกว่า วันมาฆะบูชา

นครราชคฤห์ นครหลวงของแคว้นมคธมีความเจริญมั่งคั่งกว่าแคว้นอื่นในสมัยพุทธกาล ถึงกับมีการเจาะภูเขา สร้างเป็นถ้ำ สำหรับเก็บพระคลังมหาสมบัติ และอาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นศูนย์กลางทั้งทางการเมือง ศาสนา เศรษฐกิจ และการทหาร เป็นเมืองที่มีภูเขา ๕ ลูกล้อมรอบ จึงเรียกว่าปัญจคีรีนคร แต่ปัจจุบัน ราชคฤห์มีฐานะเป็นเพียงตำบล ในจังหวัดนาลันทาของแคว้นพิหาร แสดงธรรมะข้ออนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน สาเหตุของความเสื่อมของนครราชคฤห์คงจะมีหลายสาเหตุทับถมกัน อย่างหนึ่งคือการที่ลูกชายแย่งอำนาจจากพ่อ ที่เรียกว่าการทำปิตุฆาต ซึ่งเกิดขึ้นถึง ๕ ชั่วคนติดต่อกัน ทำให้พลเมืองเสื่อมความเคารพนับถือ ถูกโจรปล้นเมือง อีกสาเหตุหนึ่ง ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงมาทำนุบำรุงเมืองปาตลีบุตร (เวลานี้เรียกชื่อว่าเมืองปัตนะ) ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง ๑๐๐ กม. ให้กลายเป็นราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย เมืองราชคฤห์จึงขาดการทำนุบำรุง
ในสมัยพุทธกาล ราชคฤห์คือศูนย์กลางของการตั้งมั่นพระพุทธศาสนา คนสำคัญของพุทธศาสนาหลายคนเป็นชาวเมืองนี้ ได้แก่ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ (อัครสาวกเบื้องซ้าย และขวา ทั้งสองคนเป็นลูกเศรษฐี และเป็นเพื่อนสนิทกัน) พระมหากัสสป เป็นต้น มีมหาวิทยาลัยนาลันทา (เก่า) ซึ่งเป็นสถานศึกษาพระพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ในช่วงปี พ.ศ. ๑๐๐๐ – ๑๗๐๐

0 Comments:

Post a Comment

<< Home