Tuesday, March 08, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 5

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
8 มี.ค.48 ตอนที่ 5

วัดอัมพวัน รถแล่นผ่านแต่ไม่ได้แวะเพราะไม่มีเวลา

คุกพระเจ้าพิมพิสาร เขาทำโครงสร้างอิฐขึ้นให้พอมองออกว่าเป็นวังใหญ่ มองไปเห็นทางเดืนขึ้นเขาคิชฌกูฏ เล่ากันว่าพระเจ้าพิมพิสารสามารถเสวยปิติสุขจากการได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จดำเนินขึ้นลงเขา จึงไม่สิ้นพระชนม์ง่ายๆ พระเทวทัตจึงยุให้เอามีดกรีดฝ่าเท้าให้เดินไม่ได้ ไม่สามารถเดินไปที่หน้าต่างได้ พระเจ้าพิมพิสารจึงสิ้นพระชนม์ พวกเราลงรถไปดูและถ่ายรูปครู่หนึ่ง

ตะโปธาราม ที่อาบน้ำแร่อุ่น ในสมัยก่อนเป็นที่สาธารณะของทั้งพระ กษัตริย์ และคนทั่วไป ร่องรอยการสร้างความเชื่อ – พิธีกรรม พราหมณ์ – ฮินดู เพื่อควบคุมสังคม และการอยู่ร่วมกัน อาบน้ำรดศิวลึงค์เป็นมงคล อาบน้ำที่ผู้มีบุญอาบแล้ว เป็นมงคล จึงมีการอาบน้ำที่สกปรกจากวรรณะสูงกว่าเป็นทอดๆ เรื่องอาบน้ำที่ผ่านศิวลึงค์เป็นมงคลทำให้มีการสลักหินในแม่น้ำเป็นพันลึงค์ เพื่อสร้างให้น้ำทั้งแม่น้ำเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ อ. หมอรุ่งโรจน์ไปเห็นในประเทศเขมร ไม่ได้แวะ แต่รถวิ่งผ่านหลายครั้ง

ราชคฤห์ที่เราไปเห็น มีถนนเข้า – ออก ระหว่างภูเขาซึ่งสมัยก่อนเป็นประตูเมือง และเป็นบริเวณที่พระเจ้าปเสนทิโกศลเมื่อแก่ อายุ ๘๐ ต้องมาค้างคืนเพราะประตูเมืองปิดตามคำสั่งของตนเอง

สองข้างถนนนอกเมืองเก่าบ้านและร้านดูไม่สวยงามและไม่สะอาดเรียบร้อย บริเวณเมืองเก่าไม่มีคนอยู่ ไม่มีร่องรอยว่าเคยเป็นเมืองให้เห็น ยกเว้นบริเวณที่เขาบูรณะให้ดู เพราะเป็นสถานที่สำคัญ เช่นวังที่เป็นคุกขังพระเจ้าพิมพิสาร (Bimbisar jail) และบริเวณวังเก่า น่าชมที่ทางการอินเดียสามารถกันคนบุกรุกโบราณสถานได้

ไกด์ชาวอินเดียบอกว่ารัฐพิหารเป็นรัฐที่ล้าหลังที่สุดในอินเดีย เศรษฐกิจ การศึกษา และการเมือง ล้าหลัง นักการเมืองคุณภาพต่ำ รัฐพิหารมีพลเมือง ๖๕ ล้านคน

มหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นมหาวิทยาลัยพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก สมัย พศ. ๑๐๐๐ - ๑๗๐๐ ถูกทำลายทิ้งร้าง มีการสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาใหม่ สถานที่นี้ถือเป็นจุดสนใจสุดยอดตอนบ่ายวันนี้ (จุดสุดยอดตอนเช้าคือเขาคิชฌกูฏ) ถือเป็นมรดกโลก มีการขุดค้นทางโบราณคดีดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สถานที่ใหญ่มาก และยังมีส่วนที่เป็นโครงสร้างอิฐเดิมเหลืออยู่มาก มีทั้งส่วนที่เป็นวิหาร และส่วนที่เป็นมหาวิทยาลัย มีหอพักนักศึกษา หอสมุด กล่าวกันว่าใน พศ. ๑๗๐๐ กว่าๆ กองทัพมุสลิมปล้น เอาหนังสือไปเผาเป็นกองไฟกองโตนานถึง ๖๐ วัน มหาวิทยาลัยนาลันทาสร้างตรงจุดที่เป็นบ้านของพระสารีบุตร โดยแม่ยกให้สร้างเป็นวัด แล้วต่อมาอีกเป็นเวลานานจึงขยายเป็นมหาวิทยาลัย

แม่ของพระสารีบุตรเป็นพราหมณ์ มีลูก ๗ คน ทุกคนบวชในพระพุทธศาสนาหมด แม่ของพระสารีบุตรจึงไม่พอใจพระพุทธเจ้า ต่อมาพระสารีบุตรรู้ว่าตนเองใกล้ดับขันธ์ ก็คิดถึงแม่ ไปขออนุญาตพระพุทธเจ้าว่าตนจะดับขันธ์ โดยขอไปเยี่ยมแม่และดับขันธ์ที่บ้านเกิด พระพุทธเจ้าอนุญาตโดยบอกพระจุนทะน้องชายพระสารีบุตรไปเป็นเพื่อน ระหว่างที่พระสารีบุตรอยู่เยี่ยมแม่ได้แสดงอภินิหาริย์ให้เทวดามากราบไหว้ เป็นธรรมเนียมว่าเทวดาผู้ยังมีกิเลสจะกราบไหว้พระอรหันต์ แม่ของพระสารีบุตรจึงปลาบปลึ้มใจและมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในคืนนั้นพระสารีบุตรก็ดับขันธ์ พระจุนทะได้จัดการได้เผาศพที่บ้าน และเอากระดูกไปถวายพระพุทธเจ้า ต่อมาแม่ของพระสารีบุตรได้ถวายบ้านให้เป็นวัด ที่เป็นโรงเรียนด้วย ตามแนวทางของพระสารีบุตร ต่อมาได้ขยายใหญ่จนเป็นมหาวิทยาลัยพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ได้มาถูกทำลายโดยกองทัพมุสลิมในพุทธศตวรรษที่ ๑๘

0 Comments:

Post a Comment

<< Home