Wednesday, March 09, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 6

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
9 มี.ค.48 ตอนที่ 6


การเดินทางโดยรถบัสจากราชคฤห์ไปพุทธคยา เนื่องจากสะพานขาด ไปตามถนนปกติไม่ได้ ต้องไปทางอ้อม ซึ่งเป็นทางไม่ดี ระยะทาง ๔๖ กม. จึงกะว่าจะใช้เวลา ๔ ชม. และต้องรีบไปไม่ให้ค่ำระหว่างทางเพราะผ่านดงโจร ถ้าผ่านดงโจรตอนค่ำอาจถูกปล้น รถแล่นไปตามถนนเลียบคีรีที่เป็นกำแพงนครราชคฤห์ไปในตัว โดยมีการเสริมกำแพงบ้าง ถนนบางตอนเหมือนทางเกวียน เรามาหยุด “เก็บดอกไม้” ระหว่างทาง แขกมามุงกันหลายคน ก็สรวลเสเฮฮากันระหว่างพวกเรา หลังจากรถวิ่งกระโดกกระเดกมา ๓ ชม. ก็มาบรรจบกับถนนดี หลังจากเลยสะพานข้ามแม่น้ำเนรัญชรา ที่โดนรถบรรทุกขย่มจนพัง เราหยุดรอรถหมายเลข ๒ ที่หยุดเติมน้ำมันตรงบริเวณทุ่งนาที่มี “สวนตาลหนุ่ม” เมื่อตะวันจวนลับขอบฟ้าพอดี การเดินทางช่วงนี่ถือเป็นเส้นทางที่ถนนเลวที่สุดในช่วง ๑๒ วันของการเดินทาง รถแล่นเข้าสู่วัดไทยพุทธคยาเวลาไม่ถึงหนึ่งทุ่มดี กินอาหารไทยอร่อยมาก เรานอนห้อง ๗๐๔ กับ นพ. ประกิต และ นพ. ศรชัย เขาให้ผู้ชายนอนกับผู้ชาย ผู้หญิงนอนกับผู้หญิง หมออมรานอนห้อง ๗๐๗ ชั้นบน กับน้องของ ศ. พญ. สุมาลี นิมมานนิตย์ ๒ คน ชื่อ สุภาพรรณ รัตนากรณ์ กับ สุกัญญา เจษฎานนท์ (เภสัชกร นักจดสิทธิบัตร) หมอสุมาลีป่วย มาไม่ได้ ห้องนอนสบายพอสมควร มีห้องน้ำในตัว
หมอประกิต และศรชัย ไปเที่ยวที่ตลาดซึ่งนั่งรถสามล้อไป ๕ นาทีก็ถึง ค่ารถ ๒ คน ๑๐ รูปี

พุทธคยา คือสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ผมสงสัยว่าในสมัยพุทธกาลสถานที่นี้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างไร สถานที่ช่วยการตรัสรู้หรือไม่ พุทธคยาอยู่ห่างจากสถานที่ตั้งมั่นพระพุทธศาสนา คือกรุงราช คฤห์ ๔๖ กม.

วัดไทยพุทธคยา มีโบสถ์งามมาก จำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตร พระประธานในโบสถ์ก็เป็นพระพุทธชินราชจำลอง

๑๙ กพ. ๔๘ (เสาร์) พุทธคยา : มหาเจดีย์ ต้นศรีมหาโพธิ์ บ้านนางสุชาดา ต้นไทร สถานที่ลอยถาดแม่น้ำเนรัญชรา
จุดสนใจสุดยอดของวันนี้คือการไปสวดมนต์และทำสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งอยู่ด้านหลังมหาเจดีย์ ที่จริงพุทธคยาได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก (world heritage) ทั้งบริเวณ พอผ่านประตูเข้าไปก็ต้องเอารองเท้าไปฝาก (ฟรี) และเดินเท้าเปล่าหรือสวมถุงเท้า ไม่มีค่าผ่านประตู เก็บเฉพาะค่าอนุญาตให้ถ่ายรูป กล้องละ ๒๐ รูปี

ทีมของเราสวดมนต์และทำสมาธิอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ นานกว่าทีมอื่นๆ คณะญี่ปุ่น ๒ คณะยังเสร็จก่อนเรา เสร็จแล้วเดินสวดมนต์วนรอบมหาเจดีย์และต้นโพธิ์ ๓ รอบ แล้วไปชมสระโบกขรณี เป็นบริเวณสถานที่พระพุทธเจ้าประทับในสัปดาห์ที่ ๖ หลังตรัสรู้ ช่วงนั้นฝนตก พญานาคจึงมาขดตัวและแผ่เศียรบังฝนให้ คณะผู้จาริกแสวงบุญชาวญี่ปุ่นสวดมนต์โดยใช้วัตถุช่วยมากกว่าไทยมาก มีการเตรียมสายสะพายจารึกคำภาษาญี่ปุ่นเอามาสวมระหว่างสวดมนต์ มีหนังสือสวดมนต์เอามาอ่าน มีประคำมือสำหรับเอามาถูกันเป็นช่วงๆ คณะผู้มาแสวงบุญมีหลากหลายชาติและวัฒนธรรม แต่งจีวรหรือเสื้อคลุมหลากแบบหลากสี มีสไตล์การสวดและเดินจงกรมต่างกัน มีพระญี่ปุ่นเดินโดยมีแม่ชีเดินตาม คนหนึ่งตีกระดิ่ง อีกคนหนึ่งตีเกราะ บริเวณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์มีผู้มาบำเพ็ญเพียรต่างๆ กัน พระทิเบตองค์หนึ่งนั่งท่องคัมภีร์ใบลานเสียงดัง แม่ชีคนหนึ่งกางมุ้งกลมแบบสวมศีรษะและนั่งท่องคัมภีร์ พระทิเบตมีจีวรสีแดงสวยที่สุด และมีการทำความเพียรถวายความเคารพพระพุทธเจ้าแบบที่น่าสนใจที่สุด คือกราบแบบอัฐังคประดิษฐ์ คือเริ่มตั้งแต่ยืนพนมมือ คุกเข่า และไถมือ – ศอก จนนอนราบ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ แบบ non-stop

0 Comments:

Post a Comment

<< Home