Friday, March 11, 2005

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม ตอนที่ 8

บันทึกจาริกปฏิบัติธรรม
ณ พุทธสังเวชนียสถาน
๑๖ – ๒๗ กพ. ๒๕๔๘
11 มี.ค.48 ตอนที่ 8


หลังตรัสรู้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุติสุขอยู่ ๔๙ วัน บางตำนานว่าใน ๔๙ วันนี้ไม่ได้เสวยอาหารอีกเลย คือข้าวมธุปายาสทำให้อยู่ได้ถึง ๕๐ วัน แต่ที่สำคัญคือทรงย้ายสถานที่ประทับทุกๆ ๗ วัน ไปอยู่ใต้ต้นไม้ต่างชนิด รวม ๗ สถานที่ เพื่อพิจารณาทบทวนรายละเอียดของธรรมะที่ได้ตรัสรู้และวางแผนการเผยแผ่พระศาสนา

การย้ายที่เพื่อการพิจารณาไตร่ตรองนี้ เข้าหลักของการศึกษา การอ่านหนังสืออยู่ที่เดียวนานๆ จะล้า การเปลี่ยนที่จะช่วยให้สมองรู้สึกสดชื่นขึ้น

ถวายสังฆทานที่วัดป่าพุทธคยา ได้เงินประมาณ ๑.๔ แสนบาท วัดนี้สร้างเป็นวัดไทยแห่งที่ ๒ ในพุทธคยา อยู่ติดกับมหาเจดีย์และต้นศรีมหาโพธิ์
ถวายสังฆทานที่วัดไทยพุทธคยา ได้เงินเท่าๆ กัน และบริษัท ทู บาย โฟร์ บริจาคเป็นค่าที่พักและค่าอาหารอีก ๑ แสนบาท
ได้ความรู้เรื่องไม้จันทน์หอม (Sandal wood) ว่าต้องเนื้อละเอียดมาก หนัก และสีคล้ำหน่อย ราคาแพง จึงมีของปลอม คือเอาไม้อื่นมาอบกลิ่นไม้จันทน์ ที่ขายที่โรงแรม Chanakya ที่เมืองปัตนะ น่าจะไม่ใช่ไม้จันทน์แท้ เศียรพะพุทธรูปไม้จันทน์แท้สูงประมาณ ๘ ซม. เขาบอกขายถึง ๑,๖๐๐ รูปี เราต่อ ๖๐๐ เขาไม่ขาย

๒๐ กพ. ๔๘ (อาทิตย์) พุทธคยา - พาราณสี
ปลุก ๒.๓๐ น. กินข้าวต้มหรือโจ๊ก (คนอร์) กาแฟ และแจกบัตรหมายเลขที่นั่ง – นอน บนรถไฟ และอาหารเช้าสำหรับกินบนรถไฟ พร้อมอธิบายวิธีเดินแถวขึ้นรถไฟ แล้วนั่งรถไปสถานี ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที สถานีสกปรกมาก มีคนนอนคลุมโปงอยู่ทั่วไป รถไฟมาถึงช้า ๑๕ นาที จอด ๗ นาที ตู้ของคณะเราเป็นตู้นอน มีทั้งที่นอน ๒ ชั้นและ ๓ ชั้น เขาว่าการเดินทางทางถนนช่วง คยา – พาราณสี โหดที่สุด ระยะทาง ๒๔๐ กม. อาจใช้เวลาตั้งแต่ ๗ ชม. ไปจนถึงกว่า ๒๔ ชม. เพราะรถอาจติดยาวมาก และเคลื่อนไม่ได้เลย แต่รถไฟใช้เวลากว่า ๔ ชม. รถที่เรามาเป็นรถหวานเย็น จอดทุกสถานี ถ้ารถด่วนใช้เวลาเพียง ๓ ชม. ระยะทาง ๒๓๐ กม.
การได้นั่งรถไฟช่วยให้ได้พักผ่อน และได้สังสรรค์ทำความสนิทสนมกัน รูปถ่ายในคอมพิวเตอร์ของเราช่วยสร้างมิตรภาพได้มาก
ระหว่างรถบัสแล่นจากสถานีรถไฟไปโรงแรม หมออมราตั้งข้อสังเกตว่าบ้านเมืองสะอาดกว่าที่พุทธคยา และราชคฤห์มาก
พักที่โรงแรม Clarks โรงแรม ๓ ดาว

ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายของคุณอนันต์ ไกด์อินเดีย
พาราณสี อินเดียเรียกหลายชื่อ คือ วาราณสี กาสี อนันทวัน (ป่าที่ทึบจนไม่เห็นพระอาทิตย์) วณี (แปลว่าป่า) และเบนาเรส ถือว่าเป็นเมืองของพระศิวะ จึงศักดิ์สิทธิ์ ได้ชื่อวารณสีเพราะมีแม่น้ำวรุณ กับแม่น้ำอสี กษัตริย์ของเมืองนี้มักชื่อพระเจ้าพรหมทัต ชื่อ ศาสนาจริงๆ แล้วเรียก Sanatan Religion กลายเป็นฮินดู เพราะพัฒนาขึ้นที่ลุ่มน้ำ Indus ทางเหนือ แถวปันจาบ (ปัญจนที – แม่น้ำ ๕ สาย) ชื่อฮินดูเพี้ยนมาจากอินดู
GOD ย่อมาจาก Generator – พระพรหม, Organizer – วิษณุ, Destroyer – ศิวะ พระศิวะอยู่ที่เมืองพาราณสี ทำให้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ คนฮินดูที่ร่ำรวยเมื่ออายุมากจะมาอยู่ที่นี่เพื่อมาตายที่นี่ มีบ้านที่นี่ มีคนดูแลบ้าน และมีการบริจาคเงินช่วยเหลือคนจน

สารนาถ อยู่ห่างจากตัวเมืองพาราณสีออกไป ๙ กม. เป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนา ในวันเพ็ญเดือน ๘ คือสองเดือนหลังจากตรัสรู้ หลังตรัสรู้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุติสุขโดยย้ายที่ประทับไป ๗ แห่ง แห่งละ ๗ วัน รวมเป็นเวลา ๔๙ วัน หลังจากนั้นทรงเดิน ๑๑ วัน เพื่อไปโปรดปัญจวัคคี ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี ซึ่งอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทาง ๒๕๖ กม. (ระยะทางปัจจุบัน สมัยพุทธกาลคงจะยังเป็นป่าและระยะทางน่าจะยาวกว่านี้) เพื่อเผยแผ่ธรรมเป็นครั้งแรก – ปฐมเทศนา แก่ปัญจวัคคี ธรรมะที่ทรงแสดง เรียกว่า ธรรมจักกัปวัตตนสูตร คือธรรมะอันเป็นทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ไปสู่ความดับทุกข์ ด้วย อริยสัจ ๔ และ มรรค ๘
การแสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้านี้ น่าจะมีบริบทอยู่ที่ความหลังระหว่างพระพุทธเจ้ากับปัญจวัคคี เมื่อครั้งทำความเพียร ทรมานร่างกายอยู่ด้วยกัน ด้วยความเชื่อว่าเป็นหนทางไปสู่การบรรลุธรรม พระพุทธเจ้าหัวไวกว่า ตระหนักว่าการทรมานร่างกายไม่ใช่หนทางไปสู่ปัญญาแห่งการพ้นทุกข์ จึงหันกลับมาฉันอาหารตามเดิม ปัญจวัคคี คงจะเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าไม่อดทนจริง ไม่สู้ จึงหมดความนับถือ และหลบหลีกไป ไม่อยู่ร่วมทีมค้นหาอริยสัจอีกต่อไป เมื่อพระพุทธเจ้าไปถึงจึงยากมากที่จะให้ปัญจวัคคี ยอมรับฟังธรรม จึงมีเรื่องราวถ้อยคำโต้ตอบระหว่างพระพุทธเจ้ากับปัญจวัคคี จนปัญจวัคคียอบรับฟัง และบรรลุอรหัตถผลที่ละคนจนครบทั้ง ๕ คน อรหันตสาวกคนแรกคือ โกญฑัญญะ วันเพ็ญเดือน ๘ อันเป็นวันคล้ายวันแสดงปฐมเทศนา จึงเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนา เรียกว่า วันอาสาฬหะบูชา

0 Comments:

Post a Comment

<< Home