Thursday, March 17, 2005

การจัดการความรู้กับมรรค 8 ประเทศไทย

การจัดการความรู้กับมรรค 8 ประเทศไทย
วิจารณ์ พานิช
17 มี.ค.48

เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังจากทราบผลการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ศ. นพ. ประเวศ วะสี ก็ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “มรรค 8 ประเทศไทย สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่” ผมจะขอเอา “มรรค 8” ดังกล่าว มาตีความเข้ากับเรื่องการจัดการความรู้

อาจารย์หมอประเวศ เขียนบทความ “มรรค 8” ก็เพื่อเสนอ “หัวใจ” ของการพัฒนาประเทศไทย 8 ประการ ผมเอามาตีความก็เพื่อให้เห็นว่า ไม่เฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะมีส่วนขับเคลื่อนประเทศไทย พวกเราคนเล็กคนน้อย ก็มีส่วนขับเคลื่อนด้วย เพื่อให้มี “สัมมาทิฐิเต็มพื้นที่” ตามคำของ อ. หมอประเวศ ซึ่งในกรณีนี้เน้นสัมมาทิฐิด้านการเรียนรู้

มรรคที่ 1 สร้างความเป็นประชาสังคม นี่คือหัวใจของการจัดการความรู้ การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือสร้างความเป็นประชาสังคม และความเป็นประชาสังคมทำให้การจัดการความรู้มีพลัง องค์กรใด หมู่คณะใด มีความเป็นประชาสังคม คือมีการรวมตัวกัน เอื้ออาทรต่อกัน มีการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ องค์กรนั้น หมู่คณะนั้นจะมีความสุข มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง ไปสู่ความวัฒนายั่งยืน

มรรคที่ 2 เคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมจะละไว้

มรรคที่ 3 การกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น ผมขอขยายความว่า ต้องกระจายอำนาจในทุกมิติทุกระดับ เพราะการกระจายอำนาจและเอื้ออำนาจ (empowerment) เป็นเครื่องมือส่งเสริมการริเริ่มสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งก็คือการจัดการความรู้นั่นเอง

มรรคที่ 4 เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และสร้างความเป็นธรรมทางสังคม นี่คือรากฐานของการจัดการความรู้ เป็นปรัชญาเบื้องลึกของการจัดการความรู้ เพราะว่าการจัดการความรู้มีสมมติฐานว่าคนทุกคนมีความรู้หรือปัญญา เป็นสมมติฐานที่ยืนอยู่บนการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์

มรรคที่ 5 สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ไม่ใช่จีดีพี การจัดการความรู้มีคติเป็นกลางในเรื่องนี้ คือขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของผู้เอาไปใช้ อาจเอาไปใช้เพื่อเป้าหมายสัมมาชีพก็ได้ หรือเพื่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ได้

มรรคที่ 6 สันติภาพ สันติวิธี และอหิงสธรรม การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่ใช้และสร้างความคิดเชิงบวก เชิงชื่นชมยินดี คนที่ทำกระบวนการจัดการความรู้จนมีทักษะชำนาญ จะกลายเป็นคนที่จิตใจดี คิดเชิงบวก ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น เห็นคุณค่าของความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ดังนั้นการจัดการความรู้จึงเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ และอหิงสา วิธีหนึ่ง

มรรคที่ 7 ระบบข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง นี่คือเงื่อนไขของการจัดการความรู้ที่มีพลัง องค์กรที่จะดำเนินการจัดการความรู้อย่างมีพลังได้ ต้องจัดระบบข้อมูลข่าวสารให้ไหลเวียนโดยสะดวก ไปทุกทิศทางภายในองค์กร ให้การแลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร และข้อมูลเกิดขึ้นโดยง่าย และต้องขจัดการหวงความรู้ การปิดบังความรู้ รวมทั้งการบิดเบือนข้อเท็จจริง

มรรคที่ 8 ตีประเด็นการศึกษาให้แตก และทำระบบการศึกษาให้ถูกต้อง ผมมีความเห็นว่าการบริหารการศึกษาของประเทศไทย เป็นการบริหารผิดจุด เป็นมิจฉาทิฐิ คือไปเน้นที่โครงสร้างอำนาจ ไม่ได้เน้นที่โครงสร้างความสำเร็จ พยายามแก้ปัญหา ไม่ได้มุ่งขยายความสำเร็จที่มีอยู่ในจุดเล็ก ๆ ในบ้านเมืองของเรา และไม่ได้จับที่ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” และ “การเรียนรู้ของทุกคน ทุกคนเรียนรู้” หากคิดดูให้ดี คำเหล่านี้หมายถึงการจัดการความรู้ นั่นเอง การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือชนิดเดียวที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเรียนรู้ของทุกคน – ทุกคนเรียนรู้

วิจารณ์ พานิช
5 มี.ค.48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home