Friday, March 04, 2005

การวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการจัดการความรู้

การวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการจัดการความรู้ : โจทย์วิจัย & ระเบียบวิธีวิจัย
วิจารณ์ พานิช
4 มี.ค.48

เมื่อวานนี้มี นศ. ปริญญาเอกที่ทำวิทยานิพนธ์ด้านการจัดการความรู้ผู้หนึ่งมาคุย ทำให้ผมเกิดความรู้สึก (ซึ่งไม่แน่ใจว่าผิดหรือถูก) ว่าการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์ในสังคมไทยดูจะทำให้เป็นการวิจัยระดับที่เกิดนวัตกรรมได้ยาก เพราะเรามีโครงสร้างของระบบควบคุมคุณภาพที่ทำให้เกิดการปฏิบัติตาม “มาตรฐาน” แบบเดิม ๆ แหวกกรอบออกไปสร้างคุณภาพนอกกรอบเดิมได้ยาก

ระบบควบคุมคุณภาพที่ นศ. ผู้นี้เล่า ก็คือการนำเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ต่ออาจารย์ทั้งภาควิชา ให้อาจารย์ซักถามและเสนอแนะให้ปรับปรุง ในกรณีเช่นนี้ ถ้าอาจารย์ในภาควิชาส่วนใหญ่ไม่ใช่นักวิจัยระดับคุณภาพหรือความสามารถสูง กระบวนการนี้จะนำไปสู่การดำเนินการที่ “ดึงสู่ค่าปกติ” คือไม่สามารถทำงานวิจัยแบบแหวกแนวได้ การที่จะวิจัยให้เกิดความรู้ใหม่ โดยวิธีวิทยาใหม่ ๆ จะเกิดได้ยาก

การ “สร้างความเป็นเลิศ” ทางวิชาการ ไม่ใช่เรื่องของ “มติส่วนใหญ่” หรือ “เสียงข้างมาก” แต่เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้มีผลงานยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์

วิธีวิจัยที่ นศ. ผู้นี้จะใช้ คือสอบถามความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผมมองว่าเป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นการศึกษาการจัดการความรู้จากมุมมองของ “คนนอก” ไม่ใช่มุมมองของ “คุณกิจ” จะไม่ได้มุมมองที่เป็น tacit knowledge

เนื่องจากวงการวิจัยสาขานี้ถนัดใช้การวิจัยโดยถามความเห็นของ “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ข้อมูลที่ได้จึงเป็นข้อมูลที่ผ่านการตีความมาแล้วหลายชั้น และมักเป็นข้อมูลที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว ผลการวิจัยก็มักอยู่ในสภาพ “ไม่มีอะไรใหม่”

ผมอยากเห็นการวิจัยที่ลงไปเก็บข้อมูลจากกิจกรรมจริง จากการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพหรือการสังเกต (observation) กิจกรรมจริงของ “คุณกิจ” ก็จะได้ข้อมูลที่ยังไม่ถูกแปดเปื้อนด้วยการตีความผ่านกรอบความคิดใด ๆ โอกาสที่จะได้ผลงานวิจัยที่มีนวัตกรรม (และตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติได้) ก็จะสูงกว่า

วิจารณ์ พานิช
1 มี.ค.48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home