Tuesday, March 22, 2005

เรื่องของ “คุณกิจ”

เรื่องของ “คุณกิจ”
วิจารณ์ พานิช
22 มี.ค.48

ผมเขียนบันทึกเรื่อง “การประยุกต์ใช้ KM กับโครงการที่มีหลายวัตถุประสงค์” ที่เอาขึ้น Blog แล้วเมื่อวันที่ 14 มี.ค.48 ความคิดเรื่อง “คุณกิจ” ก็ยังคาใจอยู่ ในประเด็นที่ว่า ในการดำเนินการ “จัดการความรู้เพื่อการพัฒนาหุบเขาลำพญา” นั้น มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ที่จะมีปัญหา “คุณกิจ ตัวปลอม”

คำว่า “คุณกิจ ตัวปลอม” หมายถึง “คุณกิจ” ที่ไม่ได้มีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับ “หัวปลา” อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นเจ้าของ “หัวปลา” หรือไม่ได้ทำงานนั้น ๆ

มีหน่วยงานจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่มาปรึกษากับ สคส. เชิญไปบรรยายเรื่อง KM เพื่อให้บุคลากรเข้าใจและทำ KM ได้ คำตอบมาตรฐานของ สคส. ก็คือไม่รับเชิญ เพราะการบรรยายไม่ช่วยให้เกิด KM ที่ส่งผลต่อ “หัวปลา” อย่างจริงจังได้ บรรยายเสร็จแล้วคนก็ยังไม่ได้คิดว่า “หัวปลา” ของหน่วยงานของตนคืออะไร สคส. จะถามผู้มาติดต่อว่า “หัวปลา” คืออะไร ใครคือ “คุณกิจ” พวกคุณที่มาติดต่อเป็น “คุณอำนวย” หรือเปล่า หรือเป็น “คุณเอื้อ” หรือจริง ๆ แล้วเป็น “คุณกิจ”

ตามประสบการณ์ของเรา คนที่มาติดต่อเพื่อจัดการฝึกอบรมหรือบรรยาย มักเป็น “คุณอำนวย” ซึ่งก็ดีแล้ว แต่ สคส. จะเกี่ยงให้ไปเชิญ “คุณเอื้อ” (ระบบ) – CKO มาคุย เพื่อให้เกิดความเข้าใจวิธีการบริหารระบบ KM ขององค์กร เราพบว่าหน่วยงานใด CKO มาคุย เพื่อให้เกิดความเข้าใจวิธีการบริหารระบบ KM ขององค์กร เราพบว่าหน่วยงานใด CKO มาคุยจะทำให้ “หัวปลา” ตรงแนวขององค์กร และเป็น “หัวปลา” ที่มีพลัง เพราะ CKO จะมอง “หัวปลา” ได้ทั้งฝูง มองได้ซับซ้อนและลึกซึ้ง และเข้าใจวิธีคิดแบบ “หัวปลา”, “คุณกิจ”, “คุณอำนวย”, “คุณเอื้อ” ได้อย่างรวดเร็ว

หลายองค์กรมาขอให้จัด workshop ฝึกอบรม “คุณกิจ” สคส. เราจะไม่ทำให้ เพราะไม่จำเป็น และเราไม่มีกำลังอย่างฟุ่มเฟือยที่จะไปทำสิ่งที่ไม่ใช่หัวใจของเรื่องเช่นนี้

หลังจากฝึกอบรม “คุณอำนวย” และ “คุณเอื้อ” ด้วย workshop เป็นเวลา 1 – 2 วันแล้ว เราแนะนำให้องค์กรจัด “ตลาดนัดความรู้” ซึ่งจะเป็น event ที่ “คุณกิจ” เอาผลสำเร็จ (success stories) ผลงานที่ภาคภูมิใจ วิธีทำงานที่เป็นวิธีเลิศ (best practices) มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน “คุณกิจ” จะได้รับการฝึกเทคนิคการจัดการความรู้จากการปฏิบัติจริงในกิจกรรมตลาดนัดความรู้ และจะได้เรียนรู้หลักการหรือทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการความรู้ไปในตัว

หัวใจของ “คุณกิจ” คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ แม้เรื่อง KM ก็เรียนรู้จากการปฏิบัติ

ในกรณีของการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาหุบเขาลำพญา หรือโครงการความหลากหลายทางชีวภาพเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ มรภ.ยะลา นี้ วิธีคิดของ ผศ. เฉลิมยศ อุทยารัตน์ หัวหน้าโครงการ ยังเป็นวิธีคิดแบบที่ผมเรียกว่า Research Mode อยู่ คงต้องปรับวิธีคิดบางส่วนให้เป็น KM Mode หรือกล่าวให้ชัดยิ่งขึ้นว่า คิดทั้ง 2 Mode นี้ไปพร้อม ๆ กัน เวลาจะใช้ KM เป็นเครื่องมือก็คิดแบบ KM Mode

วิธีคิดแบบ KM Mode ก็คือ คิดแบบหา “หัวปลา” และ “คุณกิจ” ให้พบ และให้ชัดเจน ซึ่งจะเห็นว่าโครงการหุบเขาลำพญานี้ ผศ. เฉลิมยศ เขียนแบบ “ปลาทั้งฝูง” จึงคลำหา “คุณกิจ” ยาก คงต้องใช้วิธีจับเป้าเล็ก หัวปลาเล็กสักหัวหนึ่ง แล้วลองทำ KM ดู ก็จะค่อย ๆ เรียนรู้เทคนิคของการดำเนินการ KM

เนื่องจากขณะนี้ค่อนข้างจะอยู่ใน phase ของการเตรียมชุมชน และมีการวิจัยชุมชน ทำกระบวนการให้ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการเป็นอย่างดีแล้ว การทำ KM จึงน่าจะเป็น KM ที่มีชาวบ้านเป็น “คุณกิจ” และมี “หัวปลา” ที่ “คุณกิจ” หรือชาวบ้านในหุบเขาลำพญาต้องการบรรลุร่วมกัน ซึ่ง ผศ. เฉลิมยศ และคณะต้องช่วยกันจัดกระบวนการให้เกิด “หัวปลา” และ “คุณกิจ” ที่แท้จริง ก็จะเดินเรื่อง KM ต่อไปได้ โดยดำเนินการจัดตลาดนัดความรู้เพื่อการบรรลุ “หัวปลา” นั้น เชิญ “คุณกิจ” ที่มีเรื่องราวของความสำเร็จตาม “หัวปลา” มาแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้กัน โดยใช้เครื่องมือ “ธารปัญญา”

วิจารณ์ พานิช
11 มี.ค.48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home