Wednesday, April 20, 2005

การวิจัยกับการจัดการความรู้

การวิจัยกับการจัดการความรู้
วิจารณ์ พานิช
20 เม.ย.48

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.48 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ชื่อเดิมคือโรงพยาบาลเด็ก) จัดประชุมนำเสนอโครงการวิจัยในชุดโครงการ Teenage Pregnancy มีโครงการวิจัยที่สามารถเอาวิธีการจัดการความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ จึงเอามาเล่าสู่กันฟัง

โครงการที่น่าสนใจนี้ชื่อ “ประสิทธิผลของการให้ความรู้และประสบการณ์ชีวิต ทำให้อัตราการตั้งครรภ์ในหญิงวัยรุ่นลดลง” นำเสนอโดย นพ. ทศพร เรืองกฤษณ์ แห่ง รพ. ราชวิถี

“หัวปลา” (เป้าหมาย) ของโครงการนี้คือ ลดอัตราการตั้งครรภ์ของหญิงที่อายุน้อยกว่า 20 ปี

วิธีการที่คณะผู้วิจัยจะใช้คือ สอนวิชาทักษะชีวิต (Life skill), แนะแนวการวางแผนชีวิต, อบรมการเลี้ยงดูทารก และให้คำปรึกษาวิธีการวางแผนครอบครัว 15 ชั่วโมง แก่หญิงตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 20 ปีที่มาคลอดที่ รพ. ราชวิถี หวังผลให้หญิงเหล่านี้ทอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ซ้ำเป็น 3 ปีขึ้นไป

เป็นการให้ความรู้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศ ดูผลลัพธ์ที่การตั้งครรภ์ซ้ำ ว่าทอดระยะห่างออกไปหรือไม่ เพียงใด

ผมได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า สามารถทำงาน R&D เพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ซ้ำของหญิงที่อายุน้อยกว่า 20 ปีได้โดยใช้วิธีการ KM คือใช้แนวความคิดว่า “ความรู้เพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์ซ้ำในคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีมีอยู่แล้ว” คือในข้อมูลของ รพ. ราชวิถี ความถี่ห่างของการตั้งครรภ์ซ้ำของหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 128 คน พบ 14 คนที่การตั้งครรภ์ซ้ำห่างออกไป 4 ปีหรือมากกว่า แสดงว่าคน 14 คนนี้คือคนที่มีความสำเร็จในการป้องกันไม่ให้มีการตั้งครรภ์ซ้ำ คือเป็นผู้มีความรู้เพื่อผลสำเร็จในการบรรลุ “หัวปลา” (เป้าหมายป้องกันการตั้งครรภ์)

การจัดการความรู้ ทำโดยเอาผู้มีความรู้มาทำกระบวนการ Peer Assist (เพื่อนช่วยเพื่อน) ในกรณีนี้ก็เอาคนจำนวนหนึ่งใน 14 คนนี้ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปีที่มาคลอด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ โดยจัดให้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม ไม่ใช่ระหว่างปัจเจกบุคคลและใช้เครื่องมือ “ธารปัญญา” นักวิจัยบันทึก “ขุมความรู้” เพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ และติดตามผลการป้องกันการตั้งครรภ์ เขียนรายงานออกมาเป็นผลการ “พัฒนาและวิจัย”

ที่จริงโจทย์ R&D หรือ D&R เพื่อการป้องกันปัญหา และแก้ปัญหาที่เกิดจาก Teenage Pregnancy ที่จะใช้วิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มผู้เคยเผชิญปัญหา และมีผลสำเร็จในการแก้ไข กับกลุ่มที่กำลังเผชิญปัญหามีได้มากมายหลากหลายโจทย์

นักวิจัยด้านอื่น ๆ จะเอาแนวทางนี้ในการตั้งโจทย์และดำเนินการทดลอง ก็ไม่สงวนสิทธิ์นะครับ

วิจารณ์ พานิช
5 เม.ย.48

1 Comments:

At 9:21 PM, Blogger สาโรจน์ said...

กราบเรียนอาจารย์
ผมเห็นด้วยกับมุมมองที่จะนำผู้ที่ประสบความสำเร็จในกรณีนี้ คือผู้ที่ไม่ตั้งครรภ์ซ้ำใน 4 ปี มากแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหญิงตั้งครรภ์คนอื่นๆ แต่การจะเลือกผู้เล่าเรื่องนี้ คงจะต้องคัดเลือกคนพอสมควร ที่จะไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งครรภ์ด้วยเหตุอื่น เช่นแยกกับแฟนแล้ว, พ่อแม่บังคับ, หรือได้รับแรงบังคับจากทางอื่นที่จะทำให้ไม่ตั้งครรภ์ เพราะในกรณีเช่นนั้น คงมีปัจจัยแทรกซ้อนจำนวนมากครับ

 

Post a Comment

<< Home