Monday, April 11, 2005

วิธีดำเนินการ KM ที่น่าชื่นชมของเครือข่าย UKM

วิธีดำเนินการ KM ที่น่าชื่นชมของเครือข่าย UKM
8 เม.ย.48
วิจารณ์ พานิช

UKM คือเครือข่ายจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัย (www.ukm.mahidol.ac.th) สมาชิก 5 มหาวิทยาลัยมาประชุมกันที่ มอ. หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.48 เพื่อเล่าสู่กันฟังว่าสมาชิกได้ดำเนินการ KM อย่างไรบ้างหลังจากการประชุมปฏิบัติการบ้านผู้หว่านเมื่อวันที่ 24 – 26 ธ.ค.47 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีดำเนินการจัดการความรู้ ผมจะขอยกวิธีดำเนินการที่ผมเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการที่ดี จะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพงาน คุณภาพคน และความเป็นองค์กรเรียนรู้

(1) การดำเนินการค้นหา CoP และ Best Practices ที่เกิดขึ้นเองในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ดำเนินการโดย ผศ. ดร. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา และคณะ และดำเนินการส่งเสริมให้เกิด Knowledge Sharing ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น CoP ที่น่าสนใจคือ CoP ที่ศิริราช (www.si.mahidol.ac.th)
(2) โครงสร้างองค์กรด้านการจัดการความรู้ของ ม.มหิดล, มน. และ มอ. น่าสนใจทั้ง 3 แห่ง โดยที่แต่ละแห่งมีรูปแบบต่างกัน มีจุดแข็งคนละแบบ ใครสนใจโปรดเข้าไปดูใน website ของมหาวิทยาลัยทั้ง 3 นะครับ หรือที่ website ของ UKM : www.ukm.mahidol.ac.th
(3) กิจกรรม KM ที่ มอ. เข้มแข็งมากที่คณะแพทยศาสตร์ ดูได้ที่ http://medinfo.psu.ac.th/KM/km.html คณะแพทยศาสตร์เพิ่งจัด Knowledge Sharing Day ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มี.ค.48
(4) ตัวอย่าง CoP ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่รู้จัก KM มาก่อนคือ CoP Opensource นำโดยคุณวิภัทร ศรุติพรหม : http://opensource.psu.ac.th คุณวิภัทรสามารถเล่าเรื่องแบบ Storytelling เรื่องการก่อกำเนิดและเติบโตของ CoP นี้ได้อย่างน่าประทับใจ และเอามาอธิบายหลักการของ CoP ได้ดีมาก เห็นได้ชัดเจนว่า CoP นี้เดินเรื่องด้วยความคิดเชิงบวก คือจัดให้คนที่มีความรู้เด่นแต่ละด้านมาเล่าให้เพื่อนฟัง และมีระบบ IT ให้ถาม – ตอบกันได้


ผมมีข้อสังเกตเพื่อให้เกิด KM ที่เกิดประโยชน์จริง ๆ 2 ข้อ คือเรื่องการมีโครงสร้าง KM กับการทำให้เกิดกิจกรรม KM จริง ๆ

(1) โครงสร้างระบบ KM โครงสร้างของระบบ KM ต้องเป็นโครงสร้างที่แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกันกับระบบบริหารและระบบงานขององค์กร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง KM เป็นกิจกรรมที่บูรณาการอยู่กับระบบบริหารและงานประจำ โดยที่ “หัวปลา” ของ KM ต้องเป็นเรื่องเดียวกัน หรือตอบสนอง “หัวปลา” ของมหาวิทยาลัย

จุดอ่อนของการดำเนินการ KM ที่เป็น “จุดตาย” ที่สุด คือไม่มี “หัวปลา” หรือ “หัวปลา” ไม่ชัด ผู้บริหารสูงสุดไม่ได้เป็นเจ้าของ “หัวปลา” ผู้บริหารส่วนใหญ่ในองค์กรไม่ได้ร่วมเป็นเจ้าของ “หัวปลา”

เมื่อไรก็ตามที่มีการ “นำเข้า” KM เข้ามาเป็น “ของเล่น” ด้านการบริหารอีกชิ้นหนึ่งของคนบางคน บางกลุ่ม และคนส่วนใหญ่ในองค์กรมองว่าเป็น “ภาระ” ชิ้นใหม่ KM นั้นก็จะไม่โต และเฉาตายไปในที่สุด หรือมิฉะนั้นก็มี KM แต่ชื่อ

(2) วิธีการทำให้เกิด KM จริง ๆ ยุทธศาสตร์ที่น่าจะดีที่สุดคือ
· เน้นที่กิจกรรมจริง ๆ อย่าเน้นที่ชื่อ KM คือเน้นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบันทึกขุมความรู้ สังเคราะห์ออกมาเป็น CC (Core Competence หรือ “องค์ความรู้หลัก”) เพื่อการบรรลุ “หัวปลา”
· ดำเนินการภายใต้แนวคิด “พวกเรามีความรู้” เราจะเอาความรู้ที่มีอยู่ (เพื่อการบรรลุ “หัวปลา”) มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ความรู้ที่มีอยู่อยู่ในกลุ่มคนที่ทำงานบรรลุผลสำเร็จอย่างน่าภูมิใจ (Best Practices) เมื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจนเริ่มเกิดความเป็น “ชุมชน” ก็ขับเคลื่อนสู่ความเป็น CoP
· พร้อมกันนั้น ก็ร่วมกันวางแผน (โดย “คุณกิจ” เป็นตัวเอก) “ดูด” ความรู้จากภายนอกมาใช้งานเพื่อการบรรลุ “หัวปลา” โดยเน้นที่ความรู้ชนิดฝังลึก ไม่ชัดเจน (Tacit Knowledge)
· ภายในระยะเวลาสั้น ๆ (2 – 3 เดือน) ดำเนินการวัด “หัวปลา” ดูว่ามีการขยับเขยื้อน มีการบรรลุผลงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง

มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรหลักองค์กรหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ Knowledge – based
Society หากมหาวิทยาลัยมีความาสามารถพัฒนาคุณภาพของตนเองได้โดยใช้ KM เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง มหาวิทยาลัยก็จะพัฒนาเป็น “องค์กรเรียนรู้” (Learning Organization) หากมหาวิทยาลัยไทยไม่เป็นองค์กรเรียนรู้ สังคมไทยจะเป็นสังคมที่ใช้ความรู้เป็นฐานและสังคมเรียนรู้ได้อย่างไร
วิจารณ์ พานิช
26 มี.ค.48 โรงแรมบีพี สมิหลา สงขลา

2 Comments:

At 6:13 PM, Anonymous Anonymous said...

A novidade deste serum e que ele promete anti-cellulite products
as virtually all the cosmetic companies own at least one anti-cellulite product.



my web page: exercises for cellulite

 
At 1:53 AM, Anonymous Anonymous said...

As you can see, blogging may reconstruction of the edifice and ribbon of the Tuscan
atrium and the suite surrounding it in the Samnite menstruation.


Here is my web site - click here

 

Post a Comment

<< Home