Friday, April 22, 2005

KM ระบาดสู่วงการศึกษา

KM ระบาดสู่วงการศึกษา
วิจารณ์ พานิช
22 เม.ย.48

นี่คือก้าวกระโดดของวงการ KM ในประเทศไทย และของ สคส. ครับ เป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ผมมีความสุขมาก ผมรอวันนี้มานานกว่า 2 ปี

สกศ. (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา) กับ สคส. ร่วมกันจัด ตลาดนัดความรู้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ รุ่นที่ 1 วันที่ 17 – 18 เมษายน 2548 และรุ่นที่ 2 วันที่ 19 – 20 เมษายน 2548 ที่บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้เข้าร่วมตลาดนัดละประมาณ 60 – 70 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่าย ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และครูในโรงเรียน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ สกศ. ผู้อำนวยการโครงการคือ รศ. ดร. อุทัย บุญประเสริฐ และครูในโรงเรียน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ สกศ. เชิญมาเป็นวิทยากรประจำกลุ่ม ได้แก่ ดร. สุวัฒน์ เงินฉ่ำ, ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ, ดร. วรัยพร แสงนภาบวร, รศ. ดร. มานิต บุญประเสริฐ, ผศ. ดร. สมาน อัศวภูมิ, ผศ. ดร. สงบ ประเสริฐพันธุ์, รศ. ดร. นิพนธ์ กินาวงศ์ และ รศ. ดร. ทิศนา แขมมณี

ผมไปร่วมกับรุ่น 1 มีคุณวรรณา เลิศวิจิตรจรัส กับ คุณธวัช หมัดเต๊ะ เจ้าหน้าที่ประสานงานของ สคส. ร่วมกันเป็นวิทยากร

เราต้องการโชว์ให้เห็นว่า KM ไม่ใช่เรื่องยาก การจัดการฝึกอบรม KM ก็ไม่ยาก ที่สำคัญคือจับหลักให้แม่น

หลักการสำคัญคือต้องฝึกโดยการทดลองปฏิบัติ จึงต้องฝึกโดยจัด workshop หรือจัดตลาดนัด อย่าหลงฝึกโดยการบรรยายเด็ดขาด

คณาจารย์ทั้งหลายที่เข้าตลาดนัด บอกผมว่า “เล่นไม่ยาก” จะกลับไปจัดที่โรงเรียนของตนบ้าง

ดร. สุวัฒน์ เงินฉ่ำ อดีตอธิบดีกรมสามัญศึกษา, อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปการศึกษา บอกว่าขบวนการ KM จะเป็นคำตอบสำหรับการปฏิรูปการศึกษาอย่างน้อย 2 ด้าน คือ
1. เพิ่ม “กระบวนทัศน์” ด้านความรู้ ว่ามีความรู้อยู่ในการปฏิบัติด้วย ไม่ใช่แค่มีอยู่ในตำรา หรือในครูผู้สอน เรื่องนี้จัดเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนในวงการศึกษา
2. นี่คือเครื่องมือสำหรับให้เกิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning)

“ความรู้” ที่เอามาแลกเปลี่ยนกันในตลาดนัดนี้ เป็นความรู้เพื่อการบริหารโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมการปฏิรูปการเรียนรู้

เรามีความเชื่อว่า ผู้มาร่วมตลาดนัดความรู้ทุกคนมีความรู้ด้านนี้ ซึ่งเป็นความรู้จากประสบการณ์หรือการปฏิบัติ จึงจัดให้มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จของตนเองในการบรรลุ “หัวปลา” คือการเป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมการปฏิรูปการเรียนรู้ แล้วช่วยกัน “สกัด” ขุมความรู้ (Knowledge Assets) ออกมา

เราจัดกระบวนการ Knowledge Sharing (KS) เรียนรู้วิธีการทำ KS และสกัด KA ออกมา และดำเนินการจนเสร็จสิ้นกระบวนการ “ธารปัญญา”

สคส. มี PowerPoint ประกอบคำบรรยายของ Workshop นี้ทั้งหมดบรรจุในแผ่นซีดีจำหน่าย ราคา 100 บาทครับ

วิจารณ์ พานิช
19 เม.ย.48

1 Comments:

At 8:30 AM, Blogger Blog-for-Thai-KM said...

This comment has been removed by a blog administrator.

 

Post a Comment

<< Home