Monday, April 11, 2005

จัด Workshop ฝึกอบรม KM ให้จุฬาฯ

จัด Workshop ฝึกอบรม KM ให้จุฬาฯ
วิจารณ์ พานิช
11 เม.ย.48

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.48 คุณธวัชกับผมไปจัด workshop ฝึกอบรม KM ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโดยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ศ. นพ. สุทธิพร จิตรมิตรภาพ

เราวางแผนฝึกอบรมให้อาจารย์จุฬาฯ เข้าใจเรื่อง KM โดยไม่บรรยาย แต่ใช้วิธีให้เรียนรู้ KM จากการสัมผัสด้วยตนเอง

เริ่มจากการที่เราตกลงกับทางจุฬาฯ ว่า จะเอาเรื่อง “การจัดการงานวิจัย” เป็นตัวเดินเรื่อง หรือเป็น “หัวปลา” ของ workshop

เป้าหมายเบอร์ 1 คือเพื่อเรียนรู้ KM
เป้าหมายเบอร์ 2 คือแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการงานวิจัย

ในเวลาประมาณ 3.5 ชม. เราสามารถเรียนรู้ KM โดยการสัมผัสด้วยตนเองได้ โดยการประชุมกลุ่มย่อย (10 คน) ใช้เวลา 90 นาที ใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง (storytelling) ซึ่งหมายความว่าสมาชิกกลุ่มเรียนรู้เทคนิคการเล่าเรื่อง วิธีกระตุ้นการเล่าเรื่อง การสร้างบรรยากาศอภิเชษฐ์ (appreciate) หรือชื่นชม บรรยากาศของการคิดเชิงบวก ฯลฯ

สมาชิกกลุ่มได้เรียนรู้พลังของความแตกต่างหลากหลาย เพราะเราแบ่งกลุ่มโดยเอาอาจารย์ – นักวิจัยจากต่างคณะ ต่างศาสตร์ ไปอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

สมาชิกกลุ่มได้เรียนรู้พลังของ Intellectual Capital (ในเรื่องการจัดการงานวิจัย) ที่สมาชิกของจุฬาฯ มีอยู่ ท่านรองอธิการบดีคุณหมอสุทธิพรถึงกับอุทานว่า ไม่นึกว่าจะมีคนเก่ง ๆ มากขนาดนี้ และถ้าไม่จัด workshop แบบนี้ ก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้ “ความเก่ง” (intellectual capital) ของอาจารย์ – นักวิจัยแต่ละคน

ทั้งหมดนี้ เป็นการรับรู้โดยการสัมผัสจริง เป็นความรู้จากการปฏิบัติด้วยตนเอง โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มย่อย
เรื่องที่เราขอให้สมาชิกกลุ่มผลัดกันเล่า คือความสำเร็จหรือความภูมิใจในผลงานวิจัยของตน (ซึ่งเป็น “คุณกิจ”) และเล่าเรื่องว่าความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร อาจารย์บางคนตอนแรก็นึกไม่ออกว่าจะเล่าเรื่องอะไรดี แต่พอฟังเพื่อนไปได้ไม่กี่เรื่อง ก็มีเรื่องเล่าของตนที่เพื่อนสมาชิกกลุ่มบอกว่าเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้มาก

ใช้เวลาเพียง 80 นาที สมาชิกกลุ่มก็ช่วยกันสกัด “ขุมความรู้” (knowledge assets) เพื่อการจัดการงานวิจัยได้มากมาย

ผมบอกตัวเองว่า ถ้าผมยังสนใจปรับปรุงหนังสือ “การจัดการงานวิจัย : แนวคิดจากประสบการณ์” ของผม ให้เป็น edition ที่ 4 ความรู้ที่ได้จาก workshop วันนี้จะทำให้หนังสือของผมทันสมัยขึ้นอีกมากมาย เพราะมีประเด็นที่ผมนึกไม่ถึงนับ 10 ประเด็น

ผมได้เรียนรู้มากมายจาก workshop สั้น ๆ นี้ จะขอยกมาเล่าสัก 5 ประการ
(1) ความสำเร็จของ workshop นี้ ช่วยพิสูจน์ความเชื่อของผมว่า การเรียนรู้ KM ทำได้ดีที่สุดโดยการปฏิบัติ ให้ได้เรียนรู้โดยการสัมผัสจริงจากสัมผัสของตนเองเกิดเป็นการเรียนรู้จากภายใน การเรียนรู้แบบนี้จะช่วยนำไปสู่การปฏิบัติต่อไปได้อย่างง่ายดาย เพราะตัว workshop นั้นเองคือจุดเริ่มต้นการปฏิบัติจัดการความรู้
(2) “สัมผัสจริง” จากการปฏิบัติ ทำให้เข้าใจหัวใจของ KM ซึ่งได้แก่
- พลังของความต่าง
- พลังของความสำเร็จ
- ทุกหน่วยงานมี Intellectual Capital
- พลังของความคิดเชิงบวก เชิงชื่นชม
- พลังของเรื่องเล่า
- วิธีเล่าเรื่อง
- วิธี “สกัด” ความรู้ออกมาจากเรื่องเล่า บันทึกเป็น “ขุมความรู้”
- วิธีจัดกลุ่ม สังเคราะห์ขุมความรู้ไปเป็น “แก่นความรู้”
- วิธีสร้างบรรยากาศแนวราบ บรรยากาศของการเป็นกัลยาณมิตร ชื่นชมยินดีใน
ความสำเร็จซึ่งกันและกัน
(3) KM Workshop เป็นเครื่องมือสร้างสัมพันธภาพ มิตรภาพ ระหว่างบุคลากรต่างหน่วยงาน ถ้าผู้บริหารรู้จัก “สานต่อ” จะเกิดคุณประโยชน์ในเชิงของการสร้างความสามัคคี สร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ ที่มีการสื่อสารเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้ามหน่วยงาน ประเด็นนี้อดีตรองอธิการบดี รศ. นพ. กำจร ตติยกวี เป็นผู้เสนอต่อที่ประชุม และผมเอามาขยายต่อ
(4) ประโยชน์ของการมี Group Facilitator ประจำกลุ่ม ที่ผ่านการทำความเข้าใจหลักการและวิธีการเล่าเรื่อง (storytelling) ซึ่งเป็นวิธีหรือเครื่องมือให้ “ความรู้ฝังลึก” ออกมาจากคน เอามาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้ Group Facilitator นี้จะคอยอำนวยความสะดวกต่อกลุ่มให้ผู้เล่าเรื่องเล่าออกมาโดยไม่ตีความ
(5) ถ้าผมทำ workshop แบบนี้อีก ผมจะไม่เพียงเตรียมให้เจ้าภาพกำหนด Group Facilitator เท่านั้น แต่จะขอให้กำหนด Group Note Taker ด้วย เป็นผู้คอยสกัด Knowledge Assets ออกมาเขียนบน Flip Chart หรือ key เข้าคอมพิวเตอร์แล้วแต่ถนัด โดยอาจต้องมี Group Note Taker กลุ่มละ 2 คนด้วยซ้ำไป

สารภาพออกมาเสียดีกว่า ว่า workshop ครั้งนี้เป็นการทดลองที่ผม “เสียวไส้” ว่าจะออกหัวหรือก้อย แล้วเทวดาก็ช่วยทำให้ผลออกมาในลักษณะ “ไม่คาดคิดว่าจะดีถึงเพียงนี้” ที่จริงจะว่าเทวดาช่วยก็คงไม่ถูก จริง ๆ แล้ว “อาจารย์จุฬาฯ ช่วย” น่าจะถูกต้องกว่า คืออาจารย์จุฬาฯ มีศักยภาพมากเหลือเกิน (แต่น่าเสียดายเอามาใช้ร่วมกันน้อยมาก) ความสุขที่สุดของผมก็คือ ได้จัดกระบวนการให้อาจารย์จุฬาฯ จำนวน 50 คน เห็นพลัง intellectual capital ของตนและเพื่อนอาจารย์ต่างคณะต่างหน่วยงาน และเห็นลู่ทางในการดึงศักยภาพเหล่านี้ออกมาทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง แก่หน่วยงาน แก่จุฬาฯ และแก่สังคม-มนุษยชาติ

เครื่องมือดึงศักยภาพที่เราเห็นพลังในวันนี้คือ KM

ท่านรองอธิการบดี ศ. นพ. สุทธิพร จิตรมิตรภาพ และท่าน ผช. อธิการบดี ผศ. ประเสริฐ อัครประถมพงศ์ จะเป็น “แชมเปี้ยน” ขับดัน KM ของจุฬาฯ ต่อไป โดยเดินเรื่องต่อจากผลงานในวันนี้

ท่านที่สนใจประสบการณ์ของ workshop นี้ อยากนำไปใช้ต่อ กรุณาสอบถามท่านทั้งสองนะครับ หรือถ้าอยากได้ Narrated PowerPoint ของการประชุม รวมทั้งเสียงที่บันทึกการประชุม สคส. มีจำหน่ายในราคาย่อมเยาคือ 100 บาท และยินดีให้ทำซ้ำกันเองเพื่อนำความรู้จากประสบการณ์นี้ไปใช้กันอย่างกว้างขวาง

ย้ำนะครับ workshop แบบนี้จัดกันเองได้ ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ มีคนบอกผมว่าต่อไปถ้าผมตกงานน่าจะมีอาชีพจัด workshop แบบนี้ โดยคิดค่าบริการ 30,000 บาทต่อ 3 ชั่วโมง

วิจารณ์ พานิช
9 เม.ย.48

1 Comments:

At 10:48 PM, Anonymous Anonymous said...

Free ebay finally


Why should you pay ebay when you can sell your new and used products FREE on http://www.BuySellDirect.net


http://www.BuySellDirect.net is the free ebay you need to sell your products FREE.

 

Post a Comment

<< Home