Monday, May 02, 2005

แรงกระเพื่อมของการจัดการความรู้โรงเรียนชาวนา

แรงกระเพื่อมของการจัดการความรู้โรงเรียนชาวนา
วิจารณ์ พานิช
2 พ.ค.48

โรงเรียนชาวนาเป็นหนึ่งในขบวนการเกษตรกรรมไร้สารพิษ เป็นวิธีคิดแบบใหม่ เป็นภพภูมิใหม่ หรือที่ภาษาวิชาการเรียกว่าเป็นกระบวนทัศน์ (paradigm) ใหม่

ผมนั่งอ่านรายงานเบื้องต้น ผลการถอดบทเรียนเรื่องการทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนของมูลนิธิข้าวขวัญ สุพรรณบุรี ที่รายงานโดย รศ. ดร. เนาวรัตน์ พลายน้อย และคณะ ด้วยความสุข

นอกจากรายงานของ ดร. เนาวรัตน์ แล้ว เรายังได้รับเอกสารอีก 2 ชิ้นคือ
(1) บันทึกการปฏิบัติงานภาคสนาม โครงการติดตามประเมินผลภายในและการถอดบทเรียนกระบวนการจัดการความรู้เรื่องการทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนของมูลนิธิข้าวขวัญ
จ.สุพรรณบุรี (ม.ค.48 – 8 เม.ย.48) โดยปัทมา สุพรรณกุล
(2) การสังเคราะห์ : กระบวนทัศน์สู่เกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรโรงเรียนชาวนา มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี โดย ชลลดา ทองทวี เมษายน 2548

ผมอ่านรายงานทั้ง 3 ด้วยความตื่นตาตื่นใจเคล้าความสุข

ขบวนการเกษตรกรรมไร้สารพิษเกิดขึ้นแทบทุกหัวระแหงในสังคมไทย เพราะเกษตรกรอยู่ในแนวคิดและวิธีปฏิบัติแบบเดิมไม่ไหวแล้ว มันก่อหนี้สิน ก่อความทุกข์ และก่อโรคภัยไข้เจ็บจนทนไม่ไหว

หลายคนคิดเปลี่ยนเอง ดังกรณี สจ. เสมียน หงษ์โต อ.บางปลาม้า สุพรรณบุรี ทำมาตั้งแต่ปี 2541 คุณปัญญา ใคร่ครวญ อ.อู่ทอง ทำมาตั้งแต่ปี 2543 ดังเล่าไว้ในรายงานของคุณปัทมา

ขณะนี้กิจกรรมที่ชาวนารวมตัวกันเรียนรู้และปฏิบัติ “เกษตรไร้สาร” เกิดขึ้นมากมายในหลากหลายชื่อ โรงเรียนชาวนาของมูลนิธิข้าวขวัญ (มขข.) ที่ สคส. ไปสนับสนุนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของขบวนการนี้เท่านั้น

ทีมของ ดร. เนาวรัตน์ เข้าไปเก็บข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจ “ปฏิบัติการทางสังคม” (social movement) ของขบวนการ “เกษตรไร้สาร” เพียงแค่ 3 เดือนเศษ ๆ ก็ได้ข้อมูลและข้อสังเกตเชิงทฤษฎีที่น่าตื่นตาตื่นใจ

คุณปัทมา สุพรรณกุล เข้าไปพูดคุยและจดบันทึกความรู้ฝังลึก (tacit knowledge) ของชาวนา ทั้งที่เป็นและไม่เป็นนักเรียนโรงเรียนชาวนาของ มขข. ออกมาเสนอในรายงานได้อย่างน่าตื่นเต้น เป็นรายงานที่มีชีวิต มีวิญญาณ คือใช้วิธีจดบางส่วนของคำพูดไว้เป็น quote หรือคำพูด นั่นเอง ชาวนาใช้คำพูดแบบไหนก็จดไว้อย่างนั้น ใช้ภาษาของเขาเอง ไม่เปลี่ยนเป็นภาษาวิชาการ ขาดก็แต่เพียงเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเสียงเหน่อสุพรรณ เท่านั้น

จากรายงานของ ดร. เนาวรัตน์ เราได้ทราบว่าประชาสังคมใน จ.นครสวรรค์ได้มาเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้โรงเรียนชาวนาจาก มขข. และนำไปผลักดันนโยบายระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ (CEO) ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินการในปี 2548 และรับเป็นประธานโครงการ โครงการได้นำเครือข่ายชาวนากลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนมาวางแผนดำเนินการร่วมกัน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2548 และในวันเดียวกันนั้นในช่วงบ่าย ได้มีการประชุมเรื่องเดียวกันที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ อบจ. นครสวรรค์ได้รับเรื่องการจัดให้มีนักจัดการความรู้โรงเรียนชาวนาเป็นนโยบาย โดยระยะแรกจัดสรรงบประมาณให้ 3 ปี

อบต. วัดดาว อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ก็ไม่น้อยหน้า นายก อบต. คือคุณประทิว รัศมี ได้เตรียมงบประมาณสำหรับขยายโรงเรียนชาวนาให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน มีโครงการจ้างพนักงานส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล (“คุณอำนวย”) ด้วยงบประมาณของ อบต. เอง ให้เงินเดือน 7,000 บาท กำลังประชาสัมพันธ์รับสมัครอยู่ นอกจากนั้น อบต. วัดดาว จะจัดโครงการร่วมทุนลงแรงของชาวนาเพื่อผลิตปุ๋ยหมักจำหน่ายแก่สมาชิก

การจัดการความรู้เกษตรไร้สาร เริ่มเข้าไปในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแล้วนะครับ

เราจะต้องรีบรดน้ำพรวนดิน “หน่ออ่อน” เหล่านี้เป็นการใหญ่

คุณชลลดา ทองทวี ถอดบทเรียนเชิงกระบวนทัศน์ได้อย่างน่าชื่นชม มีการใช้ทั้งทฤษฎีไร้ระเบียบ (Chaos Theory), ทฤษฎีเรื่องการเข้าถึงความรู้ของเคน วิลเบอร์, แนวคิดทฤษฎีแห่งจิตวิญญาณของอมิต โฆษวามี, แนวคิดเชิงควอนตัมฟิสิกส์ของเดวิด โบห์ม อ่านแล้วชื่นใจและประเทืองปัญญา
สิ่งที่ สคส. จะทำต่อไปคงจะมีเยอะมาก เพื่อ “รดน้ำพรวนดิน” และหาแนวร่วม

กิจกรรมที่คิดว่าจะทำต่อไป ได้แก่
- การจัดประชุมวิชาการ เชิญ ดร. เนาวรัตน์, คุณปัทมา และคุณชลลดา มาเล่าเรื่องราวที่ไปพบเห็น รวมทั้งตีความออกมาเป็นความรู้เชิงทฤษฎี
- การจัดตลาดนัดความรู้เกษตรไร้สาร

ท่านที่ต้องการเอกสาร 3 ชิ้นที่ผมเอ่ยถึงในบันทึกนี้ เรายินดีส่งให้ทาง e-mail ในรูปของ pdf file ขอได้ที่คุณอุรพิณ ชูเกาะทวด urapin@trf.or.th หรือ urapin@kmi.or.th แต่จะไม่ส่งให้ในรูปของเอกสารในกระดาษนะครับ

วิจารณ์ พานิช
23 เม.ย.48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home