Wednesday, May 25, 2005

การจัดการความรู้ที่นครสวรรค์

การจัดการความรู้ที่นครสวรรค์
วิจารณ์ พานิช
25 พ.ค.48

เมื่อวานได้สัญญาไว้ ว่าจะเอาเรื่องนครสวรรค์มาเล่า ข้อเขียนต่อไปนี้เขียนโดย นพ. สมพงษ์ ยูงทอง (yoongtong@gmail.com, 01-281-8213) ร่วมกับ อ.พรรณภัทร ใจเอื้อ

เราจะทำอะไรที่นครสวรรค์ เกี่ยวกับการจัดการความรู้

นครสวรรค์ฟอรั่ม
แกนนำประมาณ 10 คน ทำงานเพื่อ ความเข้มแข็งของท้องถิ่นและประชาสังคม กลยุทธที่ทำ คือ การส่งเสริมการรวมกลุ่ม+การถักทอเครือข่าย+การเคลื่อนไหวสังคม ช่วงหลังเราทำงานโดย สร้าง-ใช้-สื่อสาร ความรู้ใน เกือบทุกบริบท ของการเคลื่อนไหว(มิได้เชี่ยวชาญ ทำไป-เรียนรู้ไป)
ทำงานหลายเรื่องตั้งแต่ 2540 เป็นต้นมา ที่สำคัญๆ อาทิ SIF แผนแม่บทชุมชน วิทยุชุมชน ผืนป่าตะวันตก-สิ่งแวดล้อม ฯลฯ งานล่าสุดคือโครงการชีวิตสาธารณะฯ ร่วมกับ LDI โครงการเครือข่ายโรงเรียนชาวนาร่วมกับวิทยาลัยการจัดการทางสังคม (วจส.) และทำงานด้านนโยบายในฐานะกรรมการระดับต่างๆ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดฯ (CEO) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ (อบจ.)

โครงการที่จะร่วมกับระบบราชการ 2 โครงการ
1) โครงการ “เครือข่ายโรงเรียนชาวนา” ร่วมกับ ผู้ว่าฯ CEO
1.1) สาระสำคัญ ของโครงการคือ การส่งเสริมให้ ชาวบ้านระดับหมู่บ้าน มารวมตัวกัน >10 คน ร่วมทำการศึกษาวิจัย (จัดการความรู้) แบบชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากที่เกี่ยวกับการทำนา โดยมีทีมงาน คนภายนอก อาจเป็น นักกิจกรรม, เจ้าหน้าที่, ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯลฯ ที่มีฉันทะที่จะเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน เป็นเพื่อนคอย ช่วยสนับสนุนในสิ่งที่จำเป็น เช่น แนะนำเรื่องกระบวนการ ประสานความรู้-ความเชี่ยวชาญจากแหล่งอื่นมาหนุนเสริม งบประมาณบางส่วน (ที่ไม่ไปสร้างความอ่อนแอในระยะยาว) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามกลุ่ม ฯลฯ
1.2) ณ วันนี้ พื้นที่ปฏิบัติการ กลุ่มเดิมประมาณ 14 แห่ง เริ่มทยอยเข้ามาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมประมาณ 25 แห่ง ระดับความเข้มแข็ง แต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน แบ่งเกรดได้ประมาณ A B C
1.3) เนื้อหาที่ใช้เป็นตัวเดินเรื่อง คือ ข้าว ตั้งแต่เรื่องปุ๋ย สูตรบำรุงดินรูปแบบต่างๆ การเรียนเรื่องระบบนิเวศน์ของนาข้าว การคัด-ผสมพันธุ์ข้าว การจัดตั้งศูนย์(โรงงาน)-กองทุนผลิตปุ๋ย การค้าข้าว ฯลฯ
1.4) เป้าหมาย ในมุมมองของเรา ในภาพรวม คือ เกิดกลุ่มเรียนรู้(Learning Node) มีทักษะในระบบคิด กระบวนการกลุ่มเพื่อแก้ปัญหาของสมาชิกร่วมกัน มีการขึ้นโครง ของการเชื่อมโยงเครือข่ายของกลุ่มเหล่านี้ (Network) และเริ่มปฏิสัมพันธ์สร้างสรรค์ในระดับต่างๆ กับภาครัฐ ทั้งในระดับ อบต. อำเภอ จังหวัด ฯ
2) โครงการ“ส่งเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความยากจน จังหวัดนครสวรรค์”
2.1) มีเครือข่าย องค์กรชุม ในพื้นที่นครสวรรค์ ที่มาศักยภาพและประสานเชื่อมโยงได้ ดังนี้
(1) เครือข่ายเข้มแข็ง 2 แห่ง ได้แก่ เครือข่ายพื้นที่ อ.ไพศาลี และ เครือข่าย กิ่ง อ.แม่เปิน-อ.แม่วงศ์ (2) เครือข่ายพื้นที่เพิ่งก่อรูป 1 แห่ง คือ เครือข่าย อ.หนองบัว
(3) เครือข่ายโรงเรียนชาวนา ประมาณ 14 แห่ง(ผลจากข้อ 1)
2.2) จะมีการบูรณาการ ความร่วมมือ จากหลายหน่วยงาน โดยมี นครสวรรค์ฟอรั่มเป็นทีมประสาน อบจ.นครสวรรค์ กับ ผู้นำเครือข่ายในพื้นที่ (และอาจมี อบต.) เป็นเจ้าภาพหลัก เจ้าภาพรอง ได้แก่ ม.ราชภัฏนครสวรรค์, กศน.,พอช.,มูลนิธิสืบฯ, และ อื่นๆที่อาจสมทบมาภายหลัง ร่วมกัน ผลักดันการพัฒนาในพื้นที่เป้าหมายอย่างบูรณาการ ในทุกๆด้านที่เจ้าของพื้นที่ต้องการ แนวทางการทำงาน เน้น การมีส่วนร่วม การใช้ปัญญาหรือการจัดการความรู้ในทุกบริบท และการพัฒนาศักยภาพของทีมผู้นำชุมชน
2.3) โครงการนี้ ดำเนินการ 3 ปีติดต่อกัน(ตามวาระของนายก อบจ.) และได้มีการเตรียมการ จัดตั้งระบบบริหารจัดการโครงการไปบ้างแล้ว เช่น การตั้งสำนักงาน การตั้งคณะกรรมการประสานงานระดับจังหวัด การตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ตามเครือข่าย มีการบรรจุเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มเวลาลงไปในระบบ
2.4) เราถือว่า ทุกที่ ทุกคน ทุกเนื้อหางาน เป็นการเรียนรู้ ทางทีม โปรแกรมพัฒนาชุมชน ม.ราชภัฎจะเป็นแม่งาน กศน. เป็นภาคีร่วม ในการที่จะดูแลเรื่องกระบวนการการเรียนรู้ และจะเทียบโอน ผลการเรียนรู้(ท่ามกลางการปฏิบัติ)ไปเป็นหน่วยกิจ หรือ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเลื่อนระดับวุฒิทางการศึกษาได้ ระดับก่อนปริญญาเป็นของ กศน. ส่วนระดับ ปริญญาและหลังปริญญา เป็นหน้าที่ของ ม.ราชภัฏ เรื่องนี้ ได้ประสานกับ กศน.จังหวัดนครสวรรค์ และอธิการบดีฯ ในเบื้องต้นแล้ว
2.5) ทางทีม ม.มหิดล โดย การนำของ ดร. เนาวรัตน์ พลายน้อย จะร่วมกระบวนการ โดย จะมีโปรแกรมการฝึกอบรม-เรียนรู้ การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่น สมทบ โดยจะประสานกับทางราชภัฏ(หารือกัน 19 พ.ค.2548)
2.6) ได้มีการกำหนด กรอบยุทธศาสตร์และกลยุทธ ในการขับเคลื่อนงานของพื้นที่แล้ว 2 เครือข่าย คือ เครือข่ายไพศาลี และ เครือข่าย แม่เปิน-แม่วงศ์ ยุทธศาสตร์ สำคัญ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การจัดการป่าไม้, ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาเรื่องน้ำ, ยุทธศาสตร์การปรับระบบการเกษตรแบบเคมีมาสู่เกษตรชีวภาพ, ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน, ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-สาธารณูปโภค ได้มีการกำหนดกลยุทธการพัฒนาสำคัญๆไว้บางส่วนแล้ว

กลุ่มคนที่เป็นโอกาส ของการส่งเสริมพัฒนา ในด้านการจัดการความรู้
1) ผู้นำชุมชน ในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาเกี่ยวข้องในบริบทต่างๆ
2) ผู้นำชุมชน ในส่วนขององค์กรชาวบ้านและที่ทำงานอยู่ในเมือง
3) ทักษะการดำเนินงาน-การพัฒนาบนฐานความรู้ ของภาคีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
4) การพัฒนาโดยพื้นที่เป็นตัวตั้ง(Area-function development) ซึ่งมีโอกาสทั้งระดับ อำเภอ หรือ ตำบล โดยเฉพาะใน 2 เครือข่ายที่มีพื้นฐานดี ได้แก่ ไพศาลี และแม่เปิน-แม่วงศ์

นพ.สมพงษ์ ยูงทอง 20 พ.ค.2548


น่าชื่นใจนะครับที่มีกลุ่มคนรวมตัวกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ เป็นเครือข่าย มีความร่วมมือกันทั้งในภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ที่สำคัญคือทำโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่หวังหาเสียง หรือหาผลประโยชน์ใด ๆ

ถ้าจังหวัดใดมีกลุ่มประชาสังคมที่ดำเนินการจัดการความรู้ในทำนองนี้ โปรดแจ้งให้ สคส. ทราบบ้างนะครับ เราจะเอามาเผยแพร่ให้เกิด “เครือข่ายคนทำจริง” ทั่วบ้านเมือง

วิจารณ์ พานิช
25 พ.ค.48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home