Friday, May 13, 2005

ตลาดนัดความรู้ผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์

ตลาดนัดความรู้ผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์
วิจารณ์ พานิช
13 พ.ค.48

ตลาดนัดนี้จัดโดยอาศรมวงศ์สนิท (http://www.semsikkha.org/, ashram@semsikkha.org) ร่วมกับมูลนิธิพูนพลัง (www.geocities.com/poonpalang/, poonpalang@yahoo.com) จัดที่อาศรมวงศ์สนิท รังสิตคลอง ๑๕ เมื่อวันที่ ๕ – ๖ พค. ๔๘ มีผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์เอาความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน ๓๔ คน

เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของตลาดนัดความรู้นี้ คือเพื่อให้ผู้ทำงานเป็นผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์ (อายุต่ำกว่า ๓๕ ปี) ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน นำไปสู่การเป็นเครือข่ายกันในอนาคต หรือในภาษาของการจัดการความรู้ก็คือ เพื่อสร้าง CoP ของผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์ นั่นเอง

หลังจากประชุมกลุ่มเอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวันแรก ก็สรุปขุมความรู้และสังเคราะห์เป็นแก่นความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ได้ ๘ แก่นความรู้ ซึ่งจัดระดับความรู้ออกเป็น ๕ ระดับ ดังนี้


ความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการสังคมรุ่นเยาว์ที่ดี

1. การจัดการความรู้ (การเลือกแหล่งความรู้)

ระดับที่ 1 สามารถแสวงหา(การเข้าถึง)ความรู้ ทั้งในท้องถิ่น ชุมชน สังคม ประเทศ ทั่วโลก
ระดับที่ 2 กลั่นกรองความรู้ก่อนนำไปใช้
ระดับที่ 3 สังเคราะห์ความรู้
ระดับที่ 4 เผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ
ระดับที่ 5 สร้างความรู้ได้เอง

2. การสนับสนุนของครอบครัว

ระดับที่ 1 ครอบครัวตนเองไม่สนับสนุน
ระดับที่ 2 ครอบครัวตนเองสนับสนุน
ระดับที่ 3 ครอบครัวตนเองสนับสนุนแต่ครอบครัวเพื่อนร่วมงานยังไม่สนับสนุน
ระดับที่ 4 ครอบครัวตนเองและครอบครัวเพื่อนร่วมงานสนับสนุน
ระดับที่ 5 ครอบครัวตนเองและครอบครัวเพื่อนร่วมงานเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

3. การสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืน

ระดับที่ 1 ไม่ต่อเนื่อง ไม่มีเครือข่าย
ระดับที่ 2 ไม่ต่อเนื่องแต่มีเครือข่าย
ระดับที่ 3 ต่อเนื่องแต่ไม่มีเครือข่าย
ระดับที่ 4 มีทั้งความต่อเนื่องและเครือข่าย
ระดับที่ 5 มีเครือข่าย ต่อเนื่อง และผลักดันเครือข่าย (องค์กรแม่)

4. การเชื่อมโยงเครือข่าย

ระดับที่ 1 สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกัน ไม่มีเครือข่าย
ระดับที่ 2 สามารถเชื่อมโยงกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกัน เริ่มมีเครือข่ายในพื้นที่
ระดับที่ 3 สามารถเชื่อมโยงข้ามกลุ่มได้ มีกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ระดับที่ 4 สามารถเชื่อมโยงข้ามกลุ่ม เริ่มมีเครือข่ายต่างพื้นที่
ระดับที่ 5 สามารถเชื่อมโยงข้ามกลุ่ม มีกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายต่างพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. การบริหารรายได้

ระดับที่ 1 ประเมินรายรับ รายจ่ายของกลุ่ม
ระดับที่ 2 วางแผนการใช้จ่ายอย่างประหยัดและสมดุล
ระดับที่ 3 ปฏิบัติ/ขอรับการสนับสนุนตามแผนที่วางไว้
ระดับที่ 4 มีรายได้เพิ่ม
ระดับที่ 5 มีรายได้เพิ่มและมีเงินสำรองไว้ใช้ในการดำเนินงาน

6. เผยแพร่/ขยายแนวความคิดสาธารณชน สังคมในวงกว้าง

ระดับที่ 1 ให้ข้อมูล แจ้งข่าวสารกิจกรรมของกลุ่ม ให้สังคมได้รู้
ระดับที่ 2 มีคนสนใจมาขอร่วมเรียนรู้ แต่ยังไม่นำไปปฏิบัติเอง
ระดับที่ 3 ผู้สนใจนำไปปฏิบัติจริง
ระดับที่ 4 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกใหม่-เก่า
ระดับที่ 5 ใช้เทคโนโลยี (อินเตอร์เน็ต) ช่วยอำนวยความสะดวกในการเผยแพร่

7. การพัฒนาศักยภาพของตนเอง

ระดับที่ 1 สำรวจตัวเองว่าต้องการพัฒนาเรื่องอะไร
ระดับที่ 2 ค้นหาข้อมูลที่ต้องการพัฒนาจากสื่อหรือผู้อื่น
ระดับที่ 3 ทดลองปฏิบัติ
ระดับที่ 4 ประเมินตนเอง
ระดับที่ 5 ผลงานดีขึ้น

8. การเลือกแหล่งทุน

ระดับที่ 1 รับการสนับสนุนจากทุกแหล่งทุนที่เข้ามา
ระดับที่ 2 รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนที่ให้อิสระในการทำงานแต่ยังมีข้อผูกมัดในบางกรณี
ระดับที่ 3 รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนที่ให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่
ระดับที่ 4 รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนและสามารถหาแหล่งวัตถุดิบ อุปกรณ์มาเพิ่มเติมได้
ระดับที่ 5 รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน แหล่งวัตถุดิบ อุปกรณ์ และหาแรงงานทรัพยากรบุคคลมาเพิ่มเติมได้


นิยามของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ คือ เป็นผู้ที่อยู่ในชุมชน มีอาชีพมีรายได้พึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง และทำกิจกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนหรือสังคมอย่างสม่ำเสมอ มีกลุ่มหรือเครือข่ายในการทำกิจกรรม

วิทยากรหลักด้านการจัดการความรู้ของตลาดนัดนี้ คือคุณอุรพิณ ชูเกาะทวด โดยมีคุณสุภาภรณ์ ธาตรีโรจน์ เป็นวิทยากรผู้ช่วย

ผมไปร่วมประชุมในวันที่ ๖ พค. ซึ่งเป็นวันที่ ๒ หรือวันสุดท้ายของการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมตกลงกันว่าจะไม่ใช้เครื่องมือธารปัญญา ไม่ประเมินตนเอง เพราะมีคนหนึ่งเป็นพยาบาล บอกว่าตนหนีการจัดการความรู้มาจากโรงพยาบาล ขอไม่ทำอะไรที่ต้องเข้ากรอบ ได้ตกลงกันว่าจะแบ่งกลุ่มตามความสนใจที่เหมือนหรือคล้ายกัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่าในการทำกิจกรรมทางสังคมต้องเผชิญปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง และก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นได้อย่างไร แล้วนำมาเสนอในที่ประชุมใหญ่

เสียดายที่ผมไปร่วมประชุมในวันแรกไม่ได้ จึงไม่ได้ฟังเรื่องราวของความสำเร็จของแต่ละคน แต่ในวันที่ ๒ ก็พอมีการแลกเปลี่ยนให้ได้เห็นว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ทำจริง ในเรื่องกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในชุมชน

ผมเอารายชื่อและสถานที่ติดต่อของผู้เข้าร่วมตลาดนัดกลับมาบ้าน และลองเข้าเว็บไซด์ที่ได้มา พบว่า http://www.whisperingseed.org/ เป็นเว็บไซต์ขององค์การ The Whispering Seed ซึ่งเป็นองค์การที่มีสำนักงานทั้งที่ อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี และที่สหรัฐอเมริกา ทำงานช่วยเหลือเด็กกำพร้า และเป็น ศูนย์การเรียนรู้ในหมู่บ้าน เว็บไซต์ http://www.room2521.com/ เป็นของ BARhemian Café และ ร้านหนังสือ ๒๕๒๑ อยู่ที่ภูเก็ต ดำเนินการโดย นพ. มารุต เหล็กเพชร จัดรายการฉายหนังสั้น และเชิญนักเขียนมาพูด เป็นบริการสังคมโดยไม่คิดค่าบริการ หมอมารุตนี่น่าสนใจ นิตยสาร ต่วย’ตูน พ็อกเก็ตแมกาซีน ฉบับปักษ์หลัง เมษายน ๒๕๔๘ หน้า ๑๘๗ คอลัมน์แวดวงวรรณกรรม ระบุว่าเป็นนักเขียนมือรางวัลชนะเลิศ วรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า จากเรื่องสั้น ชื่อ “ตานะฮ์อูมี : แผ่นดินมาตุภูมิ” โดยใช้นามปากกา นก ปักษนาวิน หากรวบรวมชีวิตและกิจกรรมของคนกลุ่มนี้ เราน่าจะเห็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นใจอย่างหนึ่งของสังคมไทย ที่มีความพยายามทำกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ

ผมฟังรายงานผลการประชุมกลุ่มแล้วก็สรุปกับตนเองว่า ปัญหาใหญ่ของคนกลุ่มนี้คือปัญหาความเป็นคนทวนกระแสสังคม คิดและทำไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ ทักษะหรือความรู้ที่สำคัญคือทักษะในการอยู่ร่วมกับสังคม หรือกับครอบครัว โดยดำรงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างราบรื่น คนเหล่านี้ต้องการการรวมกลุ่มเพื่อให้กำลังใจ และชื่นชมซึ่งกันและกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ฝังลึกอันเกิดจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิตอันทวนกระแสนั้น ฟังคนกลุ่มนี้ถกเถียงกันแล้วผมเห็นความลุ่มลึก เช่นมีการจัดกลุ่มการเกษตรเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มเกษตรเพื่อชีวิต กับกลุ่มเกษตรเพื่อธุรกิจ เกษตรเพื่อชีวิต เน้นทำเพื่อกิน เพื่อขัดเกลาตนเอง เพื่อความสงบสุขภายใน เพื่อการพึ่งตนเอง และพึ่งพากันเอง เกษตรเพื่อธุรกิจ มุ่งขาย

กลุ่มศิลป์ รายงานผลการประชุมกลุ่มเน้นศิลปะเพื่อการหลุดพ้น ดังคำกล่าวของผู้รายงาน
“ศิลปะเพื่อการสร้างตัวตน ถือว่างาม
ศิลปะเพื่อการละวางตัวตน ถือว่างาม
ศิลปะเพื่อการแบกตัวตน ไม่งาม”
ศิลปะที่พึงยกย่อง คือ ศิลปะที่สร้างความงาม แล้วละวางความงามนั้น ไม่แบกความงาม

ศิลปะเพื่อการอยู่ร่วมกัน





ภาพการประชุม
มีการนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์ว่า ได้แก่การทำงานในชุมชนอย่างมีความสุข โดยบรรลุความสำเร็จใน ๓ ปัจจัย คือ (๑) ด้านเศรษฐกิจ สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง และมีอิสระในการทำงาน (๒) ด้านสังคม คนรอบข้างยอมรับและช่วยเหลือ (๓) ด้านจิตวิญญาณ มีความสุข รู้จักตนเอง ยอมรับตนเอง

ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า เรื่อง ผู้ประกอบการทางสังคม (social entrepreneur) เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมมนุษย์ เป็นวาทกรรมและกิจกรรมที่บอกสังคมว่าการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะนั้นไม่ใช่ภาระหรือความรับผิดชอบหรืออำนาจของภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มสามารถเข้าไปดำเนินการได้ และมีสิทธิเข้าไปใช้ทรัพยากรของสังคม หรือของชุมชนส่วนรวมเพื่อการนั้นด้วย และในเมื่อเข้าไปใช้ทรัพยากรของสาธารณะ ก็ต้องมีกลไกตรวจสอบ ที่เรียกว่า social governance ด้วย ซึ่งผู้เข้ามาร่วมประชุมยังไปไม่ถึงจุดนี้

แล้วในที่สุดศักยภาพของคนกลุ่มนี้ก็ฉายออกมาในช่วง Passion Plan คณะนี้นัดแนะกันไปเปิดตลาดนัดความรู้ผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์ครั้งที่ ๒ ที่แก่งกระจานริเวอร์ไซด์ (ซึ่งสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ตัวอาคารแต่ละหลังในรีสอร์ทนี้เป็นบ้านดิน คือทำด้วยดิน มีคนต่างชาตินิยมมาพักกันมาก) วันที่ ๑๓-๑๕ กค. ๔๘ โดยได้เตรียมตัวลงขันบริจาคเงินเพื่อจัดกันเอง ไม่ได้ออกปากขอจาก สคส. แม้แต่คำเดียว และได้ข่าวภายหลังว่า ได้เงินลงขันเพื่อจัดกิจกรรมครั้งต่อไปเป็นเงินจำนวนไม่น้อย มีการตั้งคณะทำงาน มีการเตรียมหาสมาชิกเครือข่ายเพิ่ม ผมชื่นใจมาก ที่แม้การใช้โมเดลธารปัญญาจะไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ตลาดนัดนี้ก็ได้จุดประกาย การก่อเกิด CoP นักประกอบการทางสังคมรุ่นเยาว์ในที่สุด

นี่คือเครือข่ายของคนที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นกิจกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณธรรมจริยธรรมให้แก่สังคมในรูปแบบหนึ่ง ผมจึงได้แนะนำให้ลองไปขอการสนับสนุนจากศูนย์คุณธรรม (ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม www.moralcenter.or.th) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องการสนับสนุนการสร้างพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรมอย่างที่คนหนุ่มสาวกลุ่มนี้กำลังดำเนินการอยู่

วิจารณ์ พานิช
๗ พค. ๔๘

0 Comments:

Post a Comment

<< Home