Friday, May 27, 2005

วัฒนธรรมองค์กรของราชการเป็นแบบใช้อำนาจสั่งการ จะทำ KM ได้จริงหรือ
วิจารณ์ พานิช
27 พ.ค.48

นี่คือคำถามที่ผมได้รับจากการไปบรรยายที่สถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตร “การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน” รุ่นที่ 4 ในหัวข้อ “องค์การแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้” เมื่อวันที่ 14 พ.ค.48 เป็นเวลา 3 ชม. แต่บรรยายจริง ๆ เพียง 2 ชม.

ผมบรรยายหัวข้อนี้ในหลักสูตรนี้มาทุกรุ่น รุ่นนี้บรรยายต่างไปจากเดิมคือเน้นภาคปฏิบัติมากขึ้น และตกลงกับกรรมการและเลขานุการหลักสูตร (ผศ. ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา) ว่าถ้ายังเชิญผมมาพูดอีกในปีหน้า ขอเปลี่ยนเป็นทำ workshop เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจได้ดีกว่ามาก แม้จะจัด workshop ยากเพราะนักศึกษาจำนวนกว่า 180 คน และมาจากหลากหลายพื้นฐานการงานและการศึกษา แต่สามารถทำได้ โดยต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าทั้งฝ่ายผู้บริหารหลักสูตร นักศึกษา และ สคส. อาจารย์ปัณรสบอกว่าถ้าอย่างนั้นจัด 6 ชั่วโมง คือเต็มวันเลย ซึ่งจะยิ่งดี ถ้ามีการดำเนินการในปีหน้าก็จะนำประสบการณ์ที่ท้าทายยิ่งกว่านี้มาเล่าให้ฟังครับ

กลับมาที่คำถามของพันตำรวจเอกท่านหนึ่งที่เป็นนักศึกษา ที่จริงท่านยกตัวอย่างและคำพูดเป็นรูปธรรมมาก ว่าในราชการโดยเฉพาะตำรวจ ทหาร มหาดไทย เวลานายเรียกลูกน้องมาสั่งการ พอลูกน้องอ้าปากจะพูด นายก็จะบอกว่า “เอ็งไม่ต้องพูด กลับไปทำตามที่กูสั่ง” นี่เป็นคำสุภาพแล้วนะครับ เพราะหลายคนพูดว่า “มึง” (ผมขออภัยข้าราชการผู้ใหญ่ที่พูดคำสุภาพกับลูกน้องไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผมเคารพท่านเหล่านี้มาก) หรือเวลานายบอกลูกน้องว่า “เรื่องนี้คุณลองกลับไปคิดดู แล้วเสนอความเห็นมา ลูกน้องก็คิดในใจว่า “เก่งขนาดนายยังคิดไม่ออก จะให้กูคิดออกยังไงวะ”

คำถามคือ สภาพความจริงเป็นอย่างนี้ แล้วจะให้มีการสร้างความรู้ขึ้นใช้งานตามหน้าที่ของตน ร่วมกันสร้างความรู้จากการปฏิบัติ มีการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ร่วมกัน ทุกคนเป็น “ผู้นำ"”ฯลฯ ตามที่ผมบรรยายได้อย่างไร

นี่คือคำถามที่เป็น “หัวใจ” ของ KM ในส่วนราชการ ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้เป็นเช้าวันที่ 15 พ.ค. อีกสักครู่ผมจะเดินทางไปจังหวัดชุมพร ไปเป็น “กองหลัง” ให้คุณวรรณา เลิศวิจิตรจรัส เป็นวิทยากรจัด workshop เรียนรู้ KM ให้แก่ “ผู้ว่า CEO” จังหวัดชุมพร โดยใช้ “หัวปลา” เรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดให้ดี เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง” เป็นตัวเดินเรื่อง โดยจัด 1 วันในวันที่ 16 พ.ค.48 ผมกะจะเอาคำถามนี้ไปถามผู้เข้าร่วม workshop แล้วจะเอาคำตอบมาเล่าสู่กันฟัง

ผมกลับมาจากจังหวัดชุมพรแล้วครับ ขณะนี้เป็นตอนเย็นวันที่ 17 พ.ค. บรรยากาศของ workshop ที่จังหวัดชุมพรตอกย้ำความเป็นจริงตามคำถามที่ผมได้รับจากการไปบรรยายที่สถาบันพระปกเกล้า

วัฒนธรรมการงานของราชการในระดับจังหวัดหนักหน่วงเอาการ ผมไม่ทราบว่าจังหวัดอื่น ๆ จะเป็นเช่นนี้ไหม

แม้สถานการณ์จะหนักหน่วง ผมก็ไม่สิ้นหวังครับ เพราะว่าความจริงก็จะเป็นความจริง จังหวัดไหน หน่วยราชการไหน ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานจากต่างคนต่างทำ ต่างหน่วยต่างทำ ไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่เรียนรู้ ไม่แลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ จังหวัดนั้น หน่วยราชการนั้นก็จะตกต่ำ จนอยู่ไม่ได้และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรง ในการเปลี่ยนแปลงรุนแรงข้าราชการก็จะยากลำบากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบพัฒนา

คำตอบของผมต่อคำถามตามหัวข้อ คือ ทำได้ แต่จะยากหน่อยและต้องการการจัดการที่จริงจังมากขึ้น ต้องออกแรงมากหน่อย และอาจต้องอดทนต่อสู้กับความยากลำบากนานหน่อย ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงต้องเอาจริงเอาจังและเชื่อมั่นในคุณค่าของ KM หรือมิฉะนั้นก็อาจทำในหน่วยงานย่อยภายใต้ภาวะผู้นำของหน่วยงานย่อย เหมือนอย่างที่ผมเคยทำที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยที่ในภาพรวมของมหาวิทยาลัยไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง

จุดที่สำคัญคือ ใช้ KM ภายใต้ความรับผิดชอบของเราเอง ภายในหน่วยงานของเราไม่เน้นการควบคุมสั่งการ แต่เน้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หน่วยของเราก็ได้ประโยชน์ แต่ก็ต้องอดทนต่อบรรยากาศแวดล้อมขององค์กรใหญ่ไม่เอื้ออำนวย อย่างที่ผมเคยต้องอดทน แต่เราก็ได้เรียนรู้คุ้มค่าครับ

ถ้าเราไม่อยู่ในฐานะที่จะเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ เราก็เปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน เปลี่ยนในหน่วยงานที่เรารับผิดชอบก่อน ต่อเมื่อมีโอกาส จึงค่อยร่วมกับภาคีแนวร่วมดำเนินการเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่

วิจารณ์ พานิช
18 พ.ค.48

4 Comments:

At 11:05 AM, Anonymous Anonymous said...

เรื่องนี้ ท่านอาจารย์เคย Post มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 19 พ.ค.48 นำมา Post ใหม่ ต้องการจะบอกอะไรหรือครับ

ไอศูรย์
Follower from Chumphon

 
At 8:57 AM, Anonymous Anonymous said...

ไม่เคย post มาก่อนครับ
วิจารณ์

 
At 9:28 AM, Anonymous Anonymous said...

Post ซ้ำก็ยิ่งดี เพราะ ณ พ.ศ.2551 พ.ย. ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเลย
เพราะคุณค่ายิ่งชัดเจนว่า ความรู้ไม่ต้องจัดการ จัดการแค่ไปอยู่กับนักการเมืองเลวได้ที่ ก็จะดีเอง
เศร้าไหม อาจารย์

 
At 4:14 PM, Anonymous Anonymous said...

KM นำมาใช้ในการบริหารใน ร.ร.มาตรฐานสากล เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการแบบ TQM แต่ในทางปฏิบัติแล้วยังไม่ไปไหนคะ

 

Post a Comment

<< Home