Thursday, May 19, 2005

KM Workshop จังหวัดชุมพร

KM Workshop จังหวัดชุมพร
วิจารณ์ พานิช
19 พ.ค.48

ที่จริงผมกะว่าจะลงบันทึกเรื่องนี้ตามคิวของเรื่องที่บันทึกไว้ แต่คุณไอศูรย์ ภาษยะวรรณ์ (aisune@hotmail.com) เลขาธิการหอการค้าจังหวัดชุมพร เข้ามาเร่งใน blog เมื่อวานว่าอยากอ่านว่าผมจะบันทึกว่าอย่างไร จึงลัดคิวให้ เอาใจคุณไอศูรย์เสียหน่อย

คุณไอศูรย์น่าจะเป็นคนที่สนใจ KM มากที่สุดในกลุ่มผู้มาเข้า workshop เมื่อวันที่ ๑๖ พค. เป็นนักเขียน blog ท่านที่สนใจเข้าไปเยี่ยม และคุยได้ ที่weblog.manager.co.th/publichome/aisune/ ข้อความที่คุณไอศูรย์ post ไว้เมื่อวันที่ ๑๒ และ ๑๗ พค. มีความสำคัญที่สุดสำหรับ KM จังหวัดชุมพร ผมคิดเล่นๆ ว่า ถ้าจะให้ KM จังหวัดชุมพรได้ผลจริง น่าจะมอบหมายให้คุณไอศูรย์ เป็นหัวหน้าคณะกรรมการ KM จังหวัดชุมพร (หรืออาจเรียกคณะกรรมการดำเนินการ KM) มอบงบประมาณให้ใช้ โดยมีคณะกรรมการ steering หรือจะเรียกว่าคณะกรรมการอำนวยการก็ได้ ผมยินดีมาเป็นกรรมการอำนวยการด้วยคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าถ้ามอบให้คุณไอศูรย์ รับผิดชอบ KM จังหวัดชุมพร ก็จะมีสาระ มีกิจกรรมจริงๆ ไม่ใช่มีแต่พิธีกรรม หรือมีแต่เปลือกอย่างที่ผมเห็นในปัจจุบัน

ก่อนจะเล่าเรื่องการไปทำ KM Workshop ให้แก่ทีมยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชุมพร นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายพินิจ เจริญพานิช ผมขอยกข้อความตอนหนึ่งในร่างหนังสือ “การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ” ที่ผมกำลังเขียนอยู่ ยังไม่เสร็จ ดังข้อความในตัวอักษรเอน ต่อไปนี้

การจัดการความรู้จึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง นี่คือหลุมพรางข้อที่ 1 ของการจัดการความรู้ เมื่อไรก็ตามที่มีการเข้าใจผิด เอาการจัดการความรู้เป็นเป้าหมาย ความผิดพลาดก็เริ่มเดินเข้ามา อันตรายที่จะเกิดตามมาคือการจัดการความรู้เทียม หรือ ปลอม เป็นการดำเนินการเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามีการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ไม่ใช่สิ่งต่อไปนี้
1. ไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง
2. ไม่ใช่สูตรสำเร็จเพื่อการบรรลุผลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
3. ไม่มีวิธีการที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัว
4. ไม่ใช่การนำความรู้มาจัดระบบ หรือที่เรียกว่านำมาทำ packaging เพื่อให้เหมาะต่อผู้เอาความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. ไม่ใช่การดำเนินการ “ถอดความรู้” จากกิจกรรมการพัฒนาชุมชน หรือพัฒนาชนบท
6. ไม่ใช่กิจกรรมรวบรวมความรู้ นำไปใส่ในคอมพิวเตอร์ หรือใส่ในเว็บไซต์ เพื่อให้บริการผู้อื่น

การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้
การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้เป็นก้าวแรก ถ้าก้าวถูกทิศทาง ถูกวิธี ก็มีโอกาสสำเร็จสูง แต่ถ้าก้าวผิด ก็จะเดินไปสู่ความล้มเหลว ตัวกำหนดที่สำคัญคือแรงจูงใจในการริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้

แรงจูงใจในการริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้
แรงจูงใจแท้ ต่อการดำเนินการจัดการความรู้ คือเป้าหมายที่งาน คน องค์กร และความเป็นชุมชนในที่ทำงาน ดังกล่าวแล้ว เป็นเงื่อนไขสำคัญ ในระดับที่เป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการจัดการความรู้
แรงจูงใจเทียม จะนำไปสู่การดำเนินการจัดการความรู้แบบเทียม และไปสู่ความล้มเหลวของการจัดการความรู้ในที่สุด แรงจูงใจเทียมต่อการดำเนินการจัดการความรู้ในสังคมไทย มีมากมายหลายแบบ ที่พบบ่อยที่สุดในวงการราชการ คือทำเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ กพร. (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) กล่าวคือ ทำเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำ แรงจูงใจเทียมแบบนี้มีอยู่ในหน่วยงานธุรกิจเอกชนด้วย คือทำเพื่อชื่อเสียงว่าบริษัทนี้มีการดำเนินการจัดการความรู้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดี อาจมีผลต่อราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ด้วย แรงจูงใจเทียมอาจมาจากความต้องการผลงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร เช่นหน่วยพัฒนาบุคลากร (HRD – Human Resource Development) หน่วยสื่อสารและสารสนเทศ (ICT – Information and Communication Technology) หรือหน่วยพัฒนาองค์กร (OD – Organization Development) ต้องการใช้การจัดการความรู้ในการสร้างความเด่น หรือสร้างผลงานของตน แรงจูงใจเทียมอาจมาจากคนคนเดียวหรือไม่กี่คน ที่ชอบของเล่นใหม่ๆ ชอบกิจกรรมที่ดูทันสมัย โก้ หรือเป็นแฟชั่น แต่ไม่เข้าใจความหมายและวิธีการดำเนินการจัดการความรู้อย่างแท้จริง
วิธีป้องกันไม่ให้หลงดำเนินการจัดการความรู้ที่เป็นของปลอม ทำได้โดยใช้ “ยุทธศาสตร์หัวปลา” คือปรึกษาหารือกันให้แน่ใจว่าเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินการจัดการความรู้คืออะไร “ยุทธศาสตร์หัวปลา” คือยุทธศาสตร์ทำให้เป้าหมายชัดเจน ว่าต้องการดำเนินการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดผลอย่างไร ต้องทำให้เป็นเป้าหมายที่ลึกในระดับคุณค่า ระดับความเชื่อ เป็นเป้าหมายของคนที่เกี่ยวข้อง คือ “คุณกิจ” “คุณอำนวย” และ ”คุณเอื้อ” คือใช้ ยุทธศาสตร์ทำให้เกิดความเป็นเจ้าของ (ownership) “หัวปลา” ให้ชัดเจน และจริงจัง ทั่วหน้า ซึ่งอาจเรียกว่า “ยุทธศาสตร์เจ้าของหัวปลา” หากความเป็นเจ้าของ “หัวปลา” มีอยู่ในคนเพียงบางกลุ่ม ไม่กว้างขวางเท่าที่ควร ไม่มีบุคคลสำคัญ ร่วมเป็นเจ้าของ “หัวปลา” โครงการจัดการความรู้ก็จะอยู่ในลักษณะ “ครึ่งจริงครึ่งปลอม” ดำเนินการให้เกิดพลังได้ยาก

เราไปทำ KM Workshop ให้แก่จังหวัดชุมพรในวันที่ ๑๖ พค. ๔๘ โดยมีคุณวรรณา เลิศวิจิตรจรัส เป็นวิทยากรหลัก คุณธวัช หมัดเต๊ะ เป็นผู้ช่วย และผมเป็นกองหลัง นี่คือการทำ KM Workshop ให้แก่จังหวัดเป็นครั้งแรกของ สคส. และเป็นบทเรียนแก่เรามาก

ผมสรุปแก่ผู้เข้าร่วมประชุมตอน ๕ โมงเย็นซึ่งมีคนเหลือประมาณ ๕๐ จากรายชื่อกว่า ๘๐ คนว่า การจัดการความรู้ของจังหวัดชุมพรอยู่ในสภาพ “ไม่มีเจ้าของหัวปลา” เพราะตอนท้ายของการประชุม เมื่อถามว่า ใครบ้างที่จะเป็นผู้ไปดำเนินการต่อ และจะดำเนินการอย่างไร ผลคือเงียบกันทั้งห้อง ผมมีบันทึกเสียงช่วงนั้นอยู่เป็นหลักฐาน

ไม่ทราบว่าผมสรุปถูกหรือผิด ถ้าผิด ท่านที่เข้าร่วม workshop ในวันนั้นกรุณาให้คำแนะนำแก่ผมด้วย หรือแม้ผมสรุปถูก ผมก็อยากให้ช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อยู่ดี ว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยกันทำให้จังหวัดชุมพรได้รับประโยชน์จากการจัดการความรู้ที่เป็น “ของจริง” ได้ ผมฟันธงด้วยความเจ็บปวด (เพราะชุมพรเป็นจังหวัดบ้านเกิดของผม และมารดาของผม น้องๆ ของผมก็ยังอยู่ในจังหวัดนี้) ว่าเวลานี้ KM จังหวัดชุมพรอยู่ในสภาพเป็น “ของปลอม” แต่ผมก็ยังมองโลกในแง่ดี และมีความหวังว่ายังแก้ไขได้ แต่คนที่จะแก้ไขคือข้าราชการจังหวัดชุมพรนั้นเอง ผมไม่อยู่ในฐานะจะแก้ไขได้ ผมสามารถให้ได้แค่ข้อคิดเห็น ซึ่งอาจจะถูกก็ได้ หรืออาจจะผิดก็ได้ แต่จะยังไม่เสนอข้อคิดเห็นมากไปกว่าข้อความในตัวเอนข้างบน ซึ่งตัดตอนมาจากร่างหนังสือซึ่งผมได้ส่งไปให้จังหวัดชุมพรล่วงหน้าก่อน workshop หลายวัน และผมเดาว่าแทบจะไม่มีคนอ่านเลย

วิธีแก้ไขปัญหา “KM ปลอม” ของจังหวัดชุมพร คงจะมีหลายแนวทาง ผมได้เสนอแนวทางหนึ่งไว้ในย่อหน้าที่ ๒ ของบันทึกนี้แล้ว

วิจารณ์ พานิช
๕.๐๐ น. ๑๗ พค. ๔๘
โรงแรม ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท และศูนย์ดำน้ำ

2 Comments:

At 5:47 PM, Anonymous Anonymous said...

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ แต่ผมกลับสนใจที่จะทำ KM ในกลุ่มเล็ก ๆ ให้ชัดเจนและเกิดประโยชน์ได้จริง วันนี้ (19 พ.ค.48 09:00 น.)ผมจึงได้เข้าไปประสานงานกับผู้บริหารของโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผู้ช่วย ผอ. และมอบเอกสารของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ไว้นำเสนอผู้บริหาร นัดหมายกันในเบื้องต้นว่า จะมีการนำเสนอที่มาที่ไปของ KM ให้คณะผู้บริหารของโรงเรียน (ประมาณ 40 คน)ได้ทราบก่อน แล้วจึงประเมินว่า จะทำหรือไม่ทำ ในกลุ่มเป้าหมายใด ฯลฯ คืบหน้าประการใดผมจะแจ้งมาเป็นระยะ ๆ ครับ

ไอศูรย์ ภาษยะวรรณ์
aisune@hotmail.com
http://weblog.manager.co.th/publichome/aisune

 
At 5:21 PM, Anonymous Anonymous said...

ครับ ได้เข้าร่วมทำ KM ของจังหวัดชุมพรร่วมกับคุณไอศูรย์ ที่อาจารย์หมอวิจารณ์ เป็นวิทยากรร่วมกับคุณวรรณา ผมก็ได้เสนอประเด็นที่อาจารย์หมอถามถึงเจ้าภาพตอนก่อนจะหมดเวลาในวันนั้นในที่ประชุมสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์ คาดว่าคงได้สมาชิกที่สนใจและติดตาม KM เพิ่มเติมจากสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์ไม่มากก็น้อยครับ

 

Post a Comment

<< Home